วนี้…”
เฝิงเหล่าฮูหยินไม่ได้ขยับเขยื้อน
เซียวซื่อแอบกัดฟันพลางแสดงสีหน้าอ้อนวอน“เหล่าฮูหยิน ท่านเองก็รู้ดีว่าเชี่ยนเอ๋อร์เป็นเด็กรู้ความมาตั้งแต่ไหนแต่ไร นางไม่มีวันทำให้ท่านต้องแปดเปือนด่างพร้อยเป็นแน่ นางเพียงอยากจะเชิญบรรดาน้องๆ ไปเที่ยวเล่นที่จวนโหวสักสองวันเท่านั้น เพื่อไม่ให้คนที่จวนโหวกดขี่ดูแคลนนางและจวนของเราได้เจ้าค่ะ…”
สิ่งที่เซียวซื่อกล่าวมาชัดเจนเพียงพอแล้วว่า เรื่องของหลิวเซียนกูทำให้จวนโหวคิดว่าจวนปัวไม่ดูดำดูดีคุณหนูคนนี้เลยแม้แต่น้อย หากบรรดาคุณหนูยอมไปเที่ยวที่จวนโหวสักสองวัน ความสงสัยแคลงใจนั้นก็จะหายไปโดยปริยาย นับว่าเป็นการช่วยปัดเปั่าสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเจียงเชี่ยน
เฝิงเหล่าฮูหยินฟังเซียวซื่อพูดโดยไม่แสดงสีหน้าใดๆ สายตาของนายลดต่ำลงก้มมองจดหมายฉบับนั้น
อักขระงดงามบนกระดาษเขียนว่า ‘หลานสาวเชี่ยนเอ๋อร์ขอแสดงความนับถือท่านย่า’
เมื่อเห็นลายมือที่คุ้นเคย ใจของเฝิงเหล่าฮูหยินก็อ่อนยวบลงทันทีเดิมทีนางไม่ได้ชอบพอสะใภ้ใหญ่อยู่แล้ว ซ้ำร้ายทั้งหลานสาวหลายชายที่เกิดจากนางก็ไม่ค่อยพูดค่อยจาและยังโง่เง่า การจะรู้สึกไม่ชอบก็เป็นเรื่องธรรมดา ต่างจากหลานสาวของนางคนนี้ที่อายุไล่เลี่ยกับหลานสาวคนโต แต่กลับเฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เล็ก นางจึงรักใคร่เอ็นดูหลานคนนี้มาก ที่นางได้ฝึกฝนเขียนหนังสือครั้งแรกก็เริ่มฝึกที่ในห้องมรกตในเรือนซือฉินนี้เอง
เฝิงเหล่าฮูหยินนั่งใคร่ครวญก่อนจด