เมื่ออาเฟยกลับไปแล้ว อาหมานที่รู้สึกอัดอั้นจึงบ่นกระปอดกระแปดว่า “ที่ตกลงไว้คือให้หนึ่งร้อยตำลึง จู่ๆ มาเปลี่ยนใจให้สองร้อยตำลึง แม่ไก่ออกไข่ยังไม่ไวปานนี้เลยเจ้าค่ะ”
เจียงซื่อยื่นมือมาดีดหน้าผากอาหมานเอ่ยว่า “ข้าไม่ยักรู้มาก่อนว่าเจ้าเห็นแก่เงินขนาดนี้”
อาหมานใช้มือปั้องหน้าผาก เบะปากพลางคิดในใจว่า ก็เพราะเมื่อก่อนคุณหนูไม่มีเงินนี่หน่า ต่อให้จะอยากเห็นแก่เงินแค่ไหนก็คงได้แต่ฝัน
“อย่ามัวแต่ยึดติดกับสิ่งเหล่านี้เลย เงินน่ะสำคัญมากก็จริง แต่สำหรับพวกเราแล้วนั่นไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด”
นางต้องการใช้เงินในการทำสิ่งต่างๆ ขาดก็แต่คนที่จะทำงานให้นางเท่านั้น
หากนางมีทางเลือก นางจะเรียกใช้นักเลงข้างถนนที่ไม่รู้จักมักจี่อย่างอาเฟยทำไม
ยังดีที่นางเป็นคนมีโชค เพราะอาเฟยเป็นคนมีไหวพริบ วิสัยทัศน์ก็ไม่ได้คับแคบขนาดนั้น นับว่าใช้การได้ทีเดียว
“เอาเงินสองร้อยตำลึงนี้ให้หลิวเซียนกู ใช้คืนที่ยืมมา”
“คุณหนูจะไม่รอพบหลิวเซียนกูด้วยหรือเจ้าคะ”
“ไม่ล่ะ ไม่มีเรื่องใดให้ต้องพบกัน” หนี้ค้างก็จ่ายคืนแล้ว นับแต่นี้ไปก็ไม่มีอะไรต้องเกี่ยวข้องกันอีก หลิวเซียนกูเองก็ถึงคราวที่ต้องชดใช้กรรมที่ก่อไว้แล้ว
เมื่อชาติภพที่แล้วหลิวเซียนกูเป็นที่นับหน้าถือตาอยู่นาน แม้กระทั่งนางแต่งงานกับอวี้จิ่นไปแล้วและกลับมาที่เมืองหลวงอีกครั้ง หลิวเซียนกูก็ยังคงอยู่อย่างสุขสบายจนกระทั่งวันหนึ่งหลิวเซียนกูที่ชีวิตกำลังรุ่งโรจน์กลั