ื่องใช้เงินเพื่อขีดเส้น เขาถึงได้เป็นคนที่สุภาพที่สุด
ดวงตาของเวินสือเหนียนเข้มขึ้น
หมู่บ้านตงหลิวเป็นบ้านพักที่มีรูปแบบเฉพาะตามท้องถิ่น ช่วงปิดเทอมฤดูร้อนมีผู้ปกครองพาลูก ๆ มาเที่ยวกับครอบครัวจำนวนไม่น้อย คนเดินถนนเนืองแน่นราวกับเส้นด้ายทอผ้า ทำให้ถ้ามีคนหายไปหนึ่งหรือสองคนก็ไม่มีใครสังเกตเห็น
ตามท้องถนนและตรอกซอกซอย มีทั้งแผงขายอาหารท้องถิ่น ร้านขายสินค้าหัตถกรรม เวทีการแสดงพื้นบ้าน ทุกอย่างล้วนดึงดูดนักท่องเที่ยวให้หยุดดู
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่เคยมาที่นี่ เห็นอะไรก็ล้วนแต่เป็นของใหม่ ดวงตาสีดำขาวชัดเจนเป็นเปล่งประกายสดใส มันแตกต่างจากภาพลักษณ์ตามปกติที่สงบเหมือนน้ำอย่างมาก เธอมีอารมณ์ที่สดใสอีกด้วย
เวินสือเหนียนเม้มริมฝีปากด้วยความรู้สึกหดหู่ใจราวกับกระแสน้ำพลุ่งพล่าน “อยากไปเดินเล่นหรือเปล่า?”
เฝ่ยไป๋ลู่ใจเต้น แต่เมื่อมองไปที่ขาของเวินสือเหนียน…
เจี่ยนต๋าเช่ากำลังจะพูดว่าไม่เป็นไร รถเข็นวีลแชร์ของคุณชายสามเวินใช้เทคโนโลยีชั้นสูง…
ครั้นแล้วก็ได้ยินเฝ่ยไป๋ลู่พูดว่า “เดินทางเหน็ดเหนื่อย สุขภาพคุณไม่ดี ไม่ต้องไปเป็นเพื่อนฉันหรอกค่ะ ฉันไปเดินเล่นคนเดียวได้ คุณกลับไปพักที่โฮมเสตย์ก่อนดีไหม? กลับมาแล้วฉันจะเอาขนมท้องถิ่นมาฝากนะคะ”
มุมปากของเวินสือเหนียนเหยียดตรง “อ่อ”
เจี่ยนต๋าเช่า “…”
เธอคิดว่าคุณชายสามเวินอยากกินหรือไง?
ไม่ เขาอยากไปกับคุณต่างหาก!
ระหว่างทางกลับไปยังที่พัก เจี่ยนต๋าเช่ามองใบ