นั้นเขาจึงได้สบตากับดวงตาสีดำขลับของเวินสือเหนียน
ตึกตัก!
ขาของเขาพลันอ่อนแรง และเสียงก็สั่น “สาม…คุณชายสาม ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่…”
เวินสือเหนียนกล่าวอย่างไร้ซึ่งอารมณ์ “ถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่ จะรู้ได้ยังไงว่าคุณกำลังเป็นลูกค้าใหญ่รังแกร้านค้าหรือเปล่า?”
สิ่งนี้เป็นการ ‘ตอบโต้’ ที่เขาเคยพูดก่อนหน้านี้ว่า ร้านใหญ่รังแกลูกค้า
เวินเหวินเต๋อหดตัวลง รู้สึกอายจนแทบอยากจะหารอยแตกบนพื้นแล้วมุดเข้าไป
สายตาของผู้คนรอบ ๆ มองเข้ามา เฝ่ยไป๋ลู่รีบกรอกเอกสารที่พักอย่างรวดเร็ว แล้วส่งให้พนักงานหญิง เธอพูดอย่างนุ่มนวลว่า “เข้าพักได้แล้วใช่ไหมคะ?”
“ได้ค่ะได้!” ความคับข้องของพนักงานหญิงที่ถูกทำให้ลำบากใจดูจะได้รับการปลอบขวัญโดยสมบูรณ์
และด้วยคุณชายสามเวินมานำทางแขกด้วยตนเอง เธอจึงไม่ได้เดินไปด้วย นับว่ามีไหวพริบ
ส่วนแขกที่อยู่บนพื้นคนนั้น…
เขาต้องการให้โทรเรียกผู้จัดการไม่ใช่เหรอ? เธอจะทำให้เขาพึงพอใจ! พนักงานหญิงโทรหาผู้จัดการ แล้วเวินเหวินเต๋อก็รีบวิ่งออกไปจากประตู
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก เฝ่ยไป๋ลู่วางขนมไว้บนโต๊ะกาแฟ แล้วถามอย่างสงสัยว่า “คนเมื่อกี้เป็นคนของตระกูลคุณจริง ๆ เหรอคะ?”
เธอนึกว่าคนจากตระกูลเวินซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่จะฉลาดและเป็นผู้ใหญ่เหมือนเวินสือเหนียน แต่ไม่ว่าจะแย่แค่ไหนก็ยังมีท่าทางที่เจ้าเล่ห์และซับซ้อนคล้ายกับพ่อและลูกชายตระกูลเวินอยู่ดี
คิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล้าใช้ชื่อเวินสือเหนียนทำตัวหย