งเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลัง “ก่อนที่พวกเจ้าจะมาถึง ข้าได้บรรลุข้อตกลงกับเจ้าสำนักหนานซานแล้ว ว่าเราจะจัดงานประลองแลกเปลี่ยนระหว่างสองสำนัก!”
“งานประลองแลกเปลี่ยนสองสำนัก?”
เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่ผู้อาวุโส
ความสัมพันธ์ย่ำแย่ขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามาจัดงานเชื่อมสัมพันธไมตรีกันอีกหรือ?
“เป็นการแลกเปลี่ยน และก็เป็นการแข่งขันด้วย!”
เจ้าสำนักหนานซานที่ยืนสงบนิ่งอยู่ด้านข้างเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่อ่านยาก “เนื้อหาของการประลองแลกเปลี่ยนครั้งนี้ จะเป็นการแข่งขันระหว่างเหล่าผู้อาวุโสของทั้งสองสำนัก!”
“ท่านหมายถึง… ให้พวกข้าลงประมือกัน?”
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งโพล่งถามขึ้น
“หามิได้!”
เจ้าสำนักหนานซานส่ายหน้า พลางยิ้มละไม “ข้าเพิ่งจะรับตำแหน่งเจ้าสำนักหนานซานได้ไม่นาน ที่ผลักดันให้เกิดงานนี้ขึ้น ก็เพราะหวังว่าจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างเรา ดังนั้นจึงไม่อยากให้ผู้อาวุโสต้องมาหลั่งเลือด เนื้อหาหลักของงานนี้ คือการแข่งกันพาศิษย์ไปฝึกภาคสนาม!”
“แข่งพาศิษย์ฝึกภาคสนาม?”
คิ้วของเหล่าผู้อาวุโสขมวดมุ่น
“ผู้อาวุโสของทั้งสองสำนัก แต่ละท่านสามารถพาศิษย์ระดับกลั่นลมปราณไปเข้าร่วมได้ 2 คน…”
เจ้าสำนักหนานซานอธิบายต่ออย่างใจเย