เพราะการรักษาดวงตาที่มองไม่เห็นให้กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก
เจียงซื่อเดินไปหยุดอยู่หน้าเฝิงเหล่าฮูหยินกล่าวว่า “ท่านย่า ข้าเกรงว่าท่านย่ายังไม่ควรทานยาเม็ดนี่เจ้าค่ะ”
“เพราะเหตุใดกัน” หลังจากเฝิงเหล่าฮูหยินเสียดวงตาไปแล้วข้างหนึ่ง นิสัยหุนหันพลันแล่นของเหล่าฮูหยินก็เปลี่ยนเป็นสงบเงียบใจเย็นมากขึ้น
“หลิวเซียนกูบอกไว้ว่า ดวงตาของท่านย่าจะดีขึ้นในสามวัน หากท่านกินยาเม็ดนี้เข้าไปแล้วฤทธิ์ยาตีกัน หลานเกรงว่าดีไม่ดีอาจส่งผลเสียต่อการฟืนตัวของดวงตาท่านย่าก็เป็นได้”“ซื่อเอ๋อร์ หลิวเซียนกูเป็นพวกลวงโลก ไม่ควรปล่อยให้สิ่งที่นางพูดเพียงประโยคเดียวมาขัดขวางการรักษาดวงตาของเหล่าฮูหยินนะ”
เจียงซื่อพลันหัวเราะขึ้นทันที “ท่านอาสะใภ้รองท่านเป็นคนเชิญหลิวเซียนกูมาเองมิใช่หรือเจ้าคะ”
เซียวซื่อชะงักไปชั่วครู่และตอบอย่างเก้อเขินว่า“ตอนนั้นข้าเพียงได้ยินแต่กิตติศัพท์ของหลิวเซียนกูเท่านั้น ข้าไม่รู้มาก่อนว่านางเคยรักษาคนจนตาย”
“ถ้าเช่นนั้น ท่านอาสะใภ้รองกล้ารับประกันว่าหมอจางผู้นี้ไม่มีประวัติด่างพร้อยอย่างนั้นสิ”“มีที่ไหนกัน ในเมื่อคุณหนูพูดเช่นนี้แล้ว งั้นข้าน้อยขอตัวลา!”
“หมอจาง ช้าก่อน” เซียวซื่อรีบรั้งตัวเอาไว้ หันไปพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยว่า “คุณหนูสี่ หมอจางผู้นี้เป็นหมอเลื่องชื่อลือนาม…”
เจียงซื่อโต้ตอบอย่างไร้ความเกรงใจว่า “หลิวเซียนกูก็เป็นแม่หมอเลื่องชื่อลือนามเช่นเดียวกั