ฟั้าจะมืดแล้ว ควร ‘เชิญ’ หลิวเซียนกูให้ออกไปได้แล้ว!
ในเรือนฉือซินยังคงเงียบเชียบไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเซียวซื่อที่ว้าวุ่นใจกำลังเดินไปหาหลิวเซียนกูพร้อมกับบ่าวรับใช้
“เซียนกู เชิญเถิด”
เด็กสาวเหลือบมองหลิวเซียนกูแวบหนึ่งแล้วค่อยๆ หยิบห่อผ้าใบน้อยที่ใส่ข้าวของเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวานขึ้นมา
หลิวเซียนกูสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดเพื่อข่มกลั้นสติที่ใกล้จะพังทลายลงทุกที
ดูเหมือนว่านางจะหาทางลงจากเรือโจรของคุณหนูสี่ตระกูลเจียงนี้ไม่ได้แล้วจริงๆ
จนถึงตอนนี้เรืออับปางลง นางตกลงไปในร่องน้ำและดูเหมือนว่าใกล้จะจมเต็มที แต่ผลปรากฏว่าเพื่อนร่วมทางกลับลอยตัวได้ซะอย่างนั้น!
เมื่อเห็นหลิวเซียนกูมีสีหน้ากดดัน เซียวซื่อจึงหัวเราะอย่างมีความสุขเอ่ยว่า “หากหลิวเซียนกูใคร่จะทานมื้อเย็นก่อนก็ย่อมได้”
“ไม่ ไม่ต้องหรอก…” หลิวเซียนกูหลับตาลงอย่างแช่มช้า พยายามแสดงท่าทีเฉยเมยและค่อยๆเดินออกไป
ยังไม่ต้องไปสนใจว่านางจะถูกแม่ที่ลูกตายจับตัวไปให้ทางการ เพราะนางมั่นใจว่าในวันนี้แค่นางก้าวเท้าออกจากประตูใหญ่จวนปัว คนที่มาเฝั้าดูเหตุการณ์ก็แทบจะจับนางฉีกกินเป็นชิ้นๆ แล้ว
เกียรติยศชื่อเสียงก็กำลังจะดับสูญตามไป
หลิวเซียนกูค่อยๆ ก้าวเท้าของนางทีละก้าวๆ แต่เหมือนว่าขาทั้งสองข้างถูกตุ้มน้ำหนักถ่วงเอาไว้เซียวซื่อหยุดเท้า สายตาเยือกเย็นของนางจับจ้องไปยังแผ่นหลังของหลิวเซียนกูที่กำลังเดินไปยังประตูใหญ่อย่างเชื่องช้า
ประตูด้านข้า