แม้เจียงซื่อจะรู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่นางรู้สึกสมองตื้อขนาดนี้มาก่อน
เรื่องราวกลับตาลปัตรกลายมาเป็นว่าบุรุษผู้นี้จะขายตัวชำระหนี้ ไม่ใช่ว่าเมื่อครู่นี้เรากำลังพูดถึงเรื่องตอบแทนบุญคุณกันหรอกหรือ
สีหน้ายุ่งเหยิงของหญิงสาวทำให้อวี้จิ่นยิ้มมุมปากแต่ยังคงวางมาดจริงจังเอ่ยขึ้นว่า “ความจริงข้าก็ละอายใจอยู่เหมือนกัน รูปร่างของข้าก็มิได้สูงใหญ่ มีเพียงพละกำลังที่พอจะช่วยคุณหนูเจียงทำธุระเล็กๆ น้อยๆ คุณหนูเจียงก็จดค่าจ้างลงในบัญชีได้ตามสะดวก หากค่าจ้างครบพันตำลึงเมื่อไหร่ หนี้คราวนี้ก็ถือเป็นอันจบกัน”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ อวี้จิ่นก็เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง “ขอคุณหนูเจียง อย่าเพียงเพราะเห็นแก่หน้าน้องเจียงเอ้อร์เลยให้ค่าแรงเยอะเพราะหากเป็นเช่นนั้น เจตนาในการตอบแทนบุญคุณของข้าคงสูญเปล่า และนั่นคงทำให้ข้ารู้สึกผิดมากกว่าเดิม”
ดวงตาคู่งามของเจียงซื่อจ้องมองไปยังบุรุษตรงหน้า
ขายตัวชำระหนี้ แท้จริงแล้วไม่ใช่การขายตัวอย่างที่เห็นในหอโคมเขียว แต่เป็นการใช้แรงทำธุระเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำยังขอค่าจ้างขั้นต่ำตามราคาในท้องตลาดอีกด้วย นี่เขาคงไม่ได้วางแผนเกาะติดอยู่กับนางไปตลอดชีวิตหรอกนะ
ชายหนุ่มรูปงามหลอกนางว่าเขาไม่มีเงิน ทั้งยังดึงดันว่าจะยอมเป็นข้ารับใช้ ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่น่าไว้ใจ
ในตอนนั้นชายผู้นี้ก็หลอกล่อให้นางหลงกลเช่นนี้
คนไร้ยางอาย!
“ชายหญิงแตกต่าง ข้าไม่ได้ต้องกา