“เจ้า เจ้าอย่าหุนหันพลันแล่น อย่าหุนหันพลันแล่น!” ชุยอี้ซึ่งถูกสุนัขตัวใหญ่กดลงกับพื้นกลัวจนไม่กล้าขยับตัว เขาพูดด้วยอาการตัวสั่น
สุนัขตัวนี้น่ากลัวกว่ามนุษย์หลายเท่านัก มนุษย์ยังสามารถพูดข่มขู่และหลอกล่อได้ แต่เราไม่สามารถใช้เหตุผลกับสุนัขได้เลย หากมันเกิดคึกขึ้นมาแล้วขย้ำคอเขาจริงๆ ช่วงวัยหนุ่มอันแสนรุ่งโรจน์ของเขาคงได้จบสิ้นลงตรงนี้แล้วแน่!
ชุยอี้เริ่มรู้สึกกลัวมากขึ้นทุกขณะเมื่อคิดถึงลมหายใจร้อนๆ ของสุนัขตัวใหญ่ที่พ่นลงมาบนใบหน้าเขา บางครั้งก็มีน้ำลายไหลหยดออกมาสองสามหยดบรู๊ววว คุณชายผู้ซึ่งถูกเลี้ยงดูอย่างประคบประหงมมาตั้งแต่เด็กไม่อาจทนรับความกดดันเช่นนี้ได้อีกต่อไป เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาในที่สุดเสียงสะอื้นไห้ดังออกมาให้ได้ยินเบาๆ
ฉากตึงเครียดและน่าตื่นเต้นในตอนแรกกลายเป็นความกระอักกระอ่วนและน่าอับอายด้วยเสียงร้องไห้ของเขาในเวลาต่อมา
ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนต่างพากันคิดในใจว่าสมัยก่อนตอนที่เจ้าหนูหน้าขาวนี่รังแกผู้คนเขาเคยเย่อหยิ่งและจองหองถึงเพียงนั้น แต่ตอนนี้ภายใต้อุ้งเท้าของสุนัขตัวหนึ่งกลับปอดแหกและขี้ขลาด มิสู้ให้เจ้าสุนัขตัวใหญ่นี่จัดการเขาให้รู้แล้วรู้รอด ถือเสียว่าเป็นการขจัดภัยร้ายให้มวลชน
แม้แต่ในสายตาของชายวัยกลางคนทั้งสองก็ยังซุกซ่อนความดูถูกไว้ไม่มิด
ไอ้ตัวไร้ค่านี่น่ะหรือที่พวกเขามอบความจงรักภักดีให้!
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะคิดอย่างไร ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับชุยอี้ใต้จมูกขอ