รณ์ไปก่อนเถอะ”
เท่าที่นางรู้จักเอ้อร์หนิว อันธพาลเหล่านั้นไม่น่าเป็นคู่ต่อสู้ของเอ้อร์หนิวได้
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวเห็นสุนัขตัวนั้นถูกล้อมไว้แบบนี้แล้วรู้สึกไม่สบายใจเลย” อาหมานเกาะขอบหน้าต่างแน่น ออกแรงบีบไปโดยไม่รู้ตัว
“มันชื่อเอ้อร์หนิว”
อาหมานมองไปที่เจียงซื่อ
เจียงซื่ออมยิ้ม “สุนัขตัวนั้นมีชื่อ และมันก็ชื่อว่าเอ้อร์หนิว”
“คุณหนูรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ” อาหมานสงสัย
เจียงซื่อลมหายใจสะดุด นางกระแอมแก้เก้อเบาๆ “ข้าเคยได้ยินเจ้าของมันเรียกในวันนั้น”
อาหมานกลอกตา นึกถึงใบหน้าของชายหนุ่มที่หล่อเหลากว่าเจียงจั้นหลายส่วนก็โพล่งออกมาว่า“ที่แท้ก็คือเจ้าคนบ้าตัณหาหน้าตาดีคนนั้น!”
ใบหน้าของเจียงซื่อร้อนวาบ แต่แล้วมันก็เปลี่ยนเป็นมืดครึ้มอย่างรวดเร็ว “คำเรียกนี้มันอะไรกัน!”
เป็นไปได้ไหมว่าเพราะเขาหน้าตาดี ความเป็นคนบ้ามากตัณหาก็เลยสามารถยกโทษให้ได้?
อาหมานกะพริบตาปริบๆ ตอบอย่างไร้เดียงสามากว่า “บ่าวคิดว่าคำเรียกนี้เหมาะสมตรงตัวมากแล้วเจ้าค่ะ”
“เอาล่ะ พวกเราเลิกพูดถึงเรื่องนี้กันเถอะ!” เจียงซื่อส่งเสียงออกมาเบาๆ ความสนใจถูกดึงกลับไปยังความอึกทึกครึกโครมเบื้องล่างอีกครั้งอันธพาลคนหนึ่งแผดเสียงคำราม จากนั้นเขาก็ยกไม้ขึ้นแล้วหวดไปที่เอ้อร์หนิวอย่างแรง
เอ้อร์หนิวกระโดดหลบอย่างยืดหยุ่น ปากที่เต็มไปด้วยเขี้ยวคมของมันตวัดกลับมางับเข้าที่ข้อมือของชายคนนั้นอย่างสุดแรง
เสียงร้องโหยหวนของชายคนนั้นดังก้องไปทั่