เจียงซื่อประสานมือทั้งสองข้างไว้ด้านหน้า เอนตัวพิงไปกับพนักพิงเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ และอ่อนโยนว่า “เงิน…ต้องมีชีวิตใช้ ถึงจะเรียกว่าเงิน”
อาเฟยตัวสั่น หวนนึกถึงความเจ็บปวดประหนึ่งอยู่มิสู้ตายในคืนนั้นทันที
แม้ว่าความเจ็บปวดจะหายไปทั้งหมดแล้ว แต่เหงื่อเย็นๆ ที่ไหลซึมขึ้นมาบนแผ่นหลังของเขายังคงอยู่ ความหวาดกลัวไม่สิ้นสุดผุดขึ้นมาในหัวใจของเขาจนพาให้สั่นสะท้านไปทั้งกาย
ความเจ็บปวดแบบนั้น เขาไม่อยากจะลิ้มรสมันอีกเป็นครั้งที่สองแล้ว
“ประเดี๋ยวเหอเปาก็ได้ขาดพอดี ถือดีๆ หน่อยสิ!” อาหมานเอ่ยเตือนอย่างปวดใจ
นี่เป็นเงินที่คุณหนูของนางออกหน้ายืมมาจากหลิวเซียนกูด้วยตนเองเชียวนะ คิดว่ามันง่ายนักหรือ
“โรงรับพนันน้อยใหญ่ทั้งหมดในเมืองหลวงนับรวมกันแล้วก็มิใช่จำนวนน้อยๆ เงินที่ข้าให้ไปนี่ก็มิใช่ก้อนเล็ก เจ้าแบ่งมันแล้วนำไปลงเดิมพันในโรงรับพนันที่มีชื่อเสียงสักสามหรือสี่แห่งหลังจากจบงานแล้ว ข้าจะแบ่งกำไรที่ได้ให้เจ้าหนึ่งร้อยตำลึงถือเป็นค่าตอบแทนในครั้งนี้”
“ไม่ต้องตอบแทนก็ได้ขอรับ ไม่ต้องตอบแทนก็ได้” อาเฟยกล่าวปฏิเสธซ้ำๆ
เจียงซื่อหลุดขำและกล่าวว่า “ทำงานรับเงิน นี่เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล แม้ว่าเจ้าจะมีพื้นฐานมาจากการเป็นนักเลงในตลาด แต่ว่าเจ้าก็เป็นพลเมืองที่ดีคนหนึ่ง พวกเราไม่ได้มีความสัมพันธ์เป็นนายบ่าวกัน ตอนนี้นับว่าร่วมมือกันก็คงได้กระมัง ดังนั้นในเมื่อมันเป็นความร