่วมมือแน่นอนว่าหลังจากงานเสร็จสิ้นข้าก็ต้องให้เงินเจ้า”
“เช่นนั้น ข้าก็ขอบคุณคุณหนูล่วงหน้าแล้วกัน”
“เจ้าไปเถอะ”
อาเฟยเก็บเหอเปาเข้าอกเสื้อของตัวเองอย่างระมัดระวัง แต่หลังจากพิจารณาดูและเห็นว่ามันไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ เขาก็เดินไปหยุดอยู่ที่ตรงมุมหนึ่งในห้อง จากนั้นก็ถอดรองเท้าออกแล้วซุกมันไว้ในพื้นที่ด้านบนของรองเท้า
อาหมานกลอกตาใส่เขาอย่างรังเกียจ “เจ้ากล้าถอดรองเท้าต่อหน้าคุณหนูของข้าได้อย่างไรหน้าไม่อายเกินไปแล้ว”
“ก็ทำแบบนี้มันปลอดภัยกว่านี่” อาเฟยเถียงกลับด้วยรอยยิ้มยียวน
เขาใช้ชีวิตข้างถนนมานานหลายปีแล้ว ย่อมเข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่งเป็นอย่างดี นั่นคือบนโลกนี้มีหลายสิ่งนักที่สำคัญกว่าหน้าตา อย่างน้อยที่สุดเงินในรองเท้าเขาตอนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น
เมื่ออาเฟยเดินไปถึงประตู เจียงซื่อก็ตะโกนเรียกชื่อเขาจากทางด้านหลัง “อาเฟย…”
เสียงตะโกนนั้นเบาเหวงแต่ก็คมชัด เหมือนกับน้ำพุที่นำมาใช้ชงชาในห้องน้ำชาช่วงต้นคิมหันตฤดู ทำให้จิตใจที่กระสับกระส่ายอยู่ของผู้คนสงบลงได้อย่างน่าประหลาดอาเฟยชะงักฝีเท้าอย่างหยุดไม่ได้ เขาก้มหน้าลงแล้วหันกลับมา “ไม่ทราบว่าคุณหนูมีอะไรจะสั่งข้าเพิ่มเติมหรือ”
“เปล่า ข้าแค่อยากบอกเจ้าว่าหากไม่อยากเป็นนักเลงคลุกฝุั่นไปตลอดทั้งชีวิต ก็แค่ตั้งใจทำงานให้ข้าให้ดี”
อาเฟยสั่นเทิ้มไปทั้งตัว เงยหน้าพรวดมองไปที่เจียงซื่อด้วยความตกตะลึง
หญิงสาวยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างด้วยท