สายตาที่มองไปยังจวนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเจียงเชี่ยนมีแต่ความสงสัยและเสียใจอัดอั้นตันใจเต็มไปหมด เลยมีความคิดไม่อยากจะอยู่ที่จวนต่อไป นางสบตากับเซียวซื่อแล้วรีบเดินจากไป
เซียวซื่อรับผิดชอบที่จะต้องดูแลหลิวเซียนกู ครั้นประจวบเหมาะที่ได้มีโอกาสอยู่กันแค่สองคน
ยามนี้ นางปลดอารมณ์อดกลั้นทิ้งไปพลางรีบถามในทันที “เซียนกูเรื่องนี้แท้จริงแล้วเป็นอย่างไรกันแน่”
หลิวเซียนกูนิ่งราวกับภูเขาไท่ซาน “ผลออกมาเป็นเช่นนี้ ก็นับว่าเกินจากที่ข้าคาดไว้เหมือนกัน”
“เซียนกูหมายความว่าอย่างไร ไม่เหมือนกับที่พวกเราเคยคุยกันไว้ก่อนหน้านี่!” เซียวซื่อเห็นหลิวเซียนกูยังคงแกล้งทำเป็นไม่รู้อิโหน่อิแหน่ความในใจก็ยิ่งปะทุแรงขึ้น “หรือว่าเจ้าจะไม่พอใจที่ข้าให้เงินน้อยไป”
“ไท่ไท่เข้าใจผิดแล้ว” หลิวเซียนกูได้แต่ถอนหายใจยาว “ความจริงก็คือความจริง ยากที่จะฝืนชะตาลิขิต”
“ยากที่จะฝืนชะตาลิขิตอะไรกัน”หลิวเซียนกูแสดงสีหน้าทีคาดเดาไม่ได้ “เดิมทีข้ามองว่าไท่ไท่เป็นคนจริงใจ ก็เลยอยากช่วยให้ท่านได้ทำสำเร็จ แต่ท่านก็รู้ว่าข้าหาเลี้ยงชีพได้ทุกวันนี้เพราะข้าสื่อสารกับภูตผีและเทวดาได้ วันนี้เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็คงช่วยอะไรไม่ได้”
“เทพเทวดาอะไรกัน พิธีที่เหล่าฮูหยินถูกสิ่งชั่วร้ายทำร้ายไม่ใช่แผนที่พวกเราได้เตรียมกันไว้ก่อนหน้านี้หรือ” เซียวซื่อเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่โกรธเกรี้ยว
จู่ๆ หลิวเซียนกูก็จับมือของเซียวซื่อ พร้อมกับทำสีหน้าจริงจ