ิ่งที่นางต้องการคืออยากให้ความโชคร้ายนั้นตกไปอยู่ที่เจียงเชี่ยน สำหรับขั้นตอนในพิธี แม้นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซียนกูต้องนำเรื่องผีสางเทวดามาเกี่ยวข้องด้วย ปล่อยให้เป็นเรื่องศาสตร์มืดก็นับว่าเพียงพอ
แล้วในยามนี้หลิวเซียนกูจะใช้อะไรเพื่อพุ่งเปั้าไปที่เจียงเชี่ยนได้ล่ะ
ในขณะที่เจียงซื่อกำลังครุ่นคิด หลิวเซียนกูก็ชูกระดิ่งในมือขึ้นมากระดิ่งนั่นทำด้วยทองแดง ดูจากสีแล้วก็พอทราบถึงอายุการใช้งาน ทั้งร่องรอยเก่าแก่บนกระดิ่งนั่น ทำให้รู้สึกถึงกลิ่นอายลึกลับยากจะสัมผัสได้
หลิวเซียนกูสั่นกระดิ่งที่อยู่ในมือ จู่ๆ เสียงกระดิ่งก็พลันดังแหลมขึ้นมาในทันที
ในห้องที่กว้างใหญ่ นอกจากเสียงลมพัดใบไม้แล้วก็มีเพียงเสียงของกระดิ่งที่ดังเท่านั้น
หลิวเซียนกูเก็บมือลง พลางมองกระดิ่งอย่างระมัดระวัง “ไม่ทราบว่าท่านเฝิงเหล่าฮูหยินเคยได้ยินเรื่องเล่าที่ว่ามีกระดิ่งชนิดหนึ่งที่จะสั่นให้กับคนที่มีชีวิตได้ยิน แต่เมื่อเจอภูตผี ปีศาจหรือว่าสิ่งชั่วร้ายแล้ว มันจะไม่ส่งเสียงใดๆออกมา”
เฝิงเหล่าฮูหยินพยักหน้าช้าๆ “โบราณเขาว่ากันมาเช่นนี้”
หลิวเซียนกูยิ้ม “กระดิ่งของข้าก็คือกระดิ่งประเภทนั้น เรียกว่าติ่งหุนหลิ่ง”
‘ติ่งหุนหลิ่ง’ สิ้นสามคำที่พูดออกมา จู่ๆ เกิดลมกระโชกแรงพัดผ่าน ทำให้ขนแขนของทุกคน ณที่นั้นพลันลุกซู่ขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะเริ่มแล้ว” หลิวเซียนกูชี้ไปที่คุณหนูห้าเจียงลี่ที่ยืนอยู่ริมสุด “เริ่มจากคุณหนูท่านนี้ก