งนี้โรคดวงตาของท่านย่าหากปล่อยไว้นานเข้าคงจะไม่ดีนัก ใจข้านั้นคิดเป็นกังวลอยู่ตลอด ครั้นได้ยินว่าท่านแม่จะพาเซียนกูมาเยี่ยมในใจจึงอดไม่ได้ที่จะขอตามมาด้วย” เจียงซื่ออธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
นางพลาดการแสดงที่สนุกไปได้อย่างไรกัน อยากเห็นคนที่บ้านใหญ่ถึงคราวเคราะห์ด้วยตาตัวเองเสียจริง คงทำให้นางหายใจสะดวกขึ้นมาไม่น้อย
ด้านหนึ่งก็เป็นเจียงเชี่ยนผู้สุภาพอ่อนโยน ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เป็นเจียงซื่อผู้ยากที่จะต่อกรด้วยสาวใช้ที่เดินตามเซียวซื่ออยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะโอบอุ้มความอยุติธรรมแทนเจียงเชี่ยน
อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้กลับไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเช่นนั้นออกมา ไม่มีใครอยากมีปัญหากับคุณหนูสี่ ภาพเหตุการณ์ในอดีตยังคงเด่นชัดในความทรงจำของพวกนาง
“อาสะใภ้รอง นี่คือเซียนกูงั้นหรือ” เจียงซื่อมองไปทางหลิวเซียนกูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มุมปากหลิวเซียนกูยกขึ้นเล็กน้อย
นังเด็กนี่ต้องเป็นปีศาจแน่ๆ!
“ใช่” เซียวซื่อตอบรับเสียงนิ่ง พลางก้มหน้าพูดกับหลิวเซียนกูอย่างสุภาพ “หลิวเซียนกูเชิญเข้ามาเถอะ ท่านเหล่าฮูหยินของเราคงรอนานแล้ว”
หลิวเซียนกูพยักหน้าเล็กน้อยแล้วก้าวเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับกลิ่นอายที่น่าเกรงขามเจียงซื่อหันหลังกลับ แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อพบว่าซานไท่ไท่ กัวซื่อได้พาเจียงเชี่ยวเดินออกมาจากในห้องและที่ด้านหลังก็มีเจียงเพ่ยกับเจียงลี่ทยอยเดินตามออกมาพร้อมกัน
เห็นได้ชัดว่า เฝิง