ังไม่ออกไปข้างนอกอีกหรือเจ้าคะ” เจียงซื่อย่อตัวคำนับบิดาอย่างอ่อนช้อย
“พ่อเพิ่งกลับมาจากการไปน้อมทักท่านย่าของเจ้าเอง นี่ก็กำลังเตรียมจะออกไปอยู่พอดี” เจียงอันเฉิงพูดขณะพิจารณาดูบุตรีของเขา
วันนี้เจียงซื่อสวมชุดสีขาวปักด้วยลายดอกไม้สีแดงสด กระโปรงตรงส่วนล่างที่มีสีใกล้เคียงกันแต่เข้มขึ้นมาอีกส่วนตัดเย็บจากไหมซือหลัวชั้นดีดูบางเบาพลิ้วไหวน่ามองยิ่ง ขับเน้นให้นางยิ่งดูเหมือนกับดอกไห่ถังที่เบ่งบานสะพรั่ง สดใสและดึงดูดสายตาของผู้คน
เจียงอันเฉิงลอบถอนหายใจเล็กน้อยอย่างโล่งอกพูดชมไปว่า “วันนี้ซื่อเอ๋อร์ช่างกระตือรือร้นจริงๆ”
เจียงซื่อมุมปากกระตุกถี่ยิบ
ท่านพ่อรู้วิธีพูดชมคนอื่นหรือไม่ แค่พูดออกมาคำเดียวว่า ‘ลูกสาวข้าช่างงดงามนัก’ แค่นี้มันยากตรงไหนหรือเจียงอันเฉิงเองก็ตระหนักได้ว่าคำพูดนี้ออกจะกำกวมอยู่สักหน่อย หลังจากหยุดคิดสักพัก จึงอธิบายต่อว่า “วันนี้ท่านย่าของเจ้าอารมณ์ไม่ค่อยดี แต่งชุดสีสันสดใสสักหน่อยไปหาท่าน จะได้ดูรื่นเริงทั้งยังดูเป็นมงคลดีด้วย”
เขาเพิ่งถูกมารดาต่อว่ามาชุดใหญ่ เหตุเพียงเพราะสวมเข็มขัดธรรมดาๆ เท่านั้น จึงไม่อยากให้ลูกสาวสุดที่รักของตนต้องมาพลอยถูกชักสีหน้าใส่ตามไปด้วย
“ขอบคุณท่านพ่อที่ชี้แนะเจ้าค่ะ” เจียงซื่อยิ้มหวาน
เจียงอันเฉิงถูจมูกของเขาอย่างประหม่า ก่อนจะแสร้งทำทีเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็รีบไปที่เรือนฉือซินเถิด พ่อเองก็ต้องไปแ