ำอะไรไม่ได้นอกจากกัดฟันทนแล้วกลืนก้อนโลหิตนั้นลงคอไป แต่…มีสิ่งหนึ่งที่เซียนกูอย่าได้ลืม วาจาคนนั้นน่ากลัวนักในเมืองเล็กๆ ที่ขาดสีสันไร้ชีวิตชีวาแห่งนี้ คงมีเพียงเรื่องซุบซิบนินทาเท่านั้นกระมังที่พอจะทำให้พวกเขาผ่านวันหนึ่งๆ ที่น่าเบื่อไปได้ ข้าไม่ถึงขั้นต้องถ่อไปเชิญนักพรตอะไรนั่นมาหรอก แค่‘เชิญ’ คนว่างงานปากสว่างสองสามคนมานั่งร่วมดื่มชาด้วยกัน จากนั้นก็ ‘เผลอ’ หลุดพูดประโยคไม่กี่ประโยคออกไป ไม่ต้องใช้หลักฐานด้วยซ้ำ ถึงตอนนั้นสายตาที่จับจ้องไปยังครอบครัวของเศรษฐีเหยียนอย่างสนอกสนใจ ก็เพียงพอให้พวกเขารวมถึงลูกชายท่านไม่กล้าก้าวเท้าออกจากประตูจวนแล้ว”
“นี่ นี่เจ้า…” ร่างกายของหลิวเซียนกูสั่นเทิ้มใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
นี่คือหญิงสาวอายุเพียงสิบกว่าปีแน่หรือ!
“อยากบอกให้คุณหนูรู้ไว้ คุณหนูเหยียนยามนี้มีบุตรชายสองคนและบุตรสาวอีกหนึ่งคน สองสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียวยิ่งนัก เจ้าทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับทำลายความสามัคคีในครอบครัวของพวกเขา บีบบังคับให้พวกเขาเดินสู่ทางตันเลย เจ้าไม่กลัวถูกฟั้าดินลงโทษหรือ”
“เหอะ!” เจียงซื่อแค่นเสียงหัวเราะเย็น “ถ้าฟั้าดินจะลงโทษจริง มันก็ไม่มีทางตกมาถึงตัวข้าหรอก!”
ช่างน่าขำ นักพรตที่กระทำแต่เรื่องชั่วช้าอย่างเจ้าสร้างเรื่องทำลายทำร้ายชีวิตของผู้คนมานับไม่ถ้วน กล้าดีอย่างไรมาพูดเรื่องสวรรค์ลงทัณฑ์กับข้า!คิดจะปิดซ่อนเนื้อเน่าภายใต้อาภรณ์หรูหราอย่างนั้นหรือ
“อั