หลิวเซียนกูพยักหน้าอย่างสำรวม
“เจ้านายของข้าอยากให้ท่านช่วย นี่คือสินน้ำใจค่าน้ำชาเล็กน้อยที่จะมอบให้ท่าน” อาหมานหยิบตั๋วเงินออกมาใบหนึ่งแล้ววางไว้ตรงหน้าหลิวเซียนกู
หลิวเซียนกูเหลือบมองไปอย่างรวดเร็ว พบว่าตัวเลขบนตั๋วเงินที่ระบุไว้ทำให้นางรู้สึกพึงพอใจมากทีเดียว
ที่กล่าวว่าค่าน้ำชานั้นเป็นเพียงการกล่าวอย่างอ้อมค้อม แม้แต่มัดจำยังมากถึงห้าสิบตำลึง เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพแล้วคาดว่าคงจะได้ค่าตอบแทนมากพอควร
หลิวเซียนกูมีชื่อเสียงโด่งดังมากก็จริงอยู่ แต่นางไม่ได้มีโอกาสรับใช้งานให้แก่ตระกูลผู้มั่งคั่งเท่าไหร่นัก โดยมากจะเป็นการช่วยชาวบ้านทั่วไปขับไล่ความชั่วร้ายเพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้แก่ตน
“ไม่ทราบว่านายของแม่นางพบเจอปัญหาใดหรือ” เมื่อรู้ว่าผู้ที่เดินทางมานี้ไม่ธรรมดา หลิวเซียนกูจึงได้ใช้ถ้อยคำค่อนข้างเป็นกันเอง
อาหมานมองไปทางหลิวเซียนกูด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะพลั้งเอ่ยขึ้นว่า “เซียนกูมองออกหรือ”นางได้ฝึกศิลปะการต่อสู้มาแต่เยาว์วัยจึงทำให้รูปร่างสูงใหญ่กว่าสตรีทั่วไป ประกอบกับชุดบุรุษที่สวมใส่อยู่นั้น แม้แต่คุณหนูยังกล่าวว่ามองไม่ออก ทว่าเซียนกูผู้นี้กลับมองออกได้โดยง่าย
อาหมานได้นึกอยู่ในใจว่า ‘มองดูแล้วคนผู้นี้มีความสามารถมากทีเดียว ไม่น่าเล่าคุณหนูจึงได้ให้นางมาเชิญตัวไป’
การที่หลิวเซียนกูประกอบอาชีพนี้ได้ แน่นอนว่านางต้องมีความสามารถด้านการสังเกตอยู่ไม่น้อยนางสังเกตเห็นได้เห็นท