สีหน้าของเจียงเชี่ยนดูแย่เช่นเดียวกัน สติหลุดและยืนอยู่กับที่ไปชั่วขณะ
“เชี่ยนเอ๋อร์…” เซียวชื่อกังวลใจไม่น้อย
เหล่าฮูหยินยังคงโมโหนางอยู่ และเมื่อปวดตาก็ยิ่งเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวมากขึ้น ทุกวันนี้ นางใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานก็ช่าง หากเหล่าฮูหยินมีปมในใจต่อเชี่ยนเอ๋อร์อีก คงไม่สู้ดีแน่
ลูกสาวที่แต่งออกและมีตระกูลของฝั่ายชายคอยหนุนหลังจะสร้างความมั่นใจให้กับตนเองได้อย่างมาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเชี่ยนเอ๋อร์ที่แต่งออกอย่างสมเกียรติ
ซึ่งในขณะนี้ เจียงเชี่ยนสงบสติอารมณ์ได้แล้ว จึงพูดกับสาวใช้อย่างเคร่งขรึม “เจ้าออกไปก่อน!”
สาวใช้ถอยออกไปด้วยความหวาดกลัว เจียงเชี่ยนหายใจเข้าลึกๆ และจับมือของเซียวชื่อไว้“ท่านแม่อย่าได้ตกใจไปเลย เราควรคิดหาวิธีรับมือก่อนไปที่เรือนฉือซินนะเจ้าคะ”
“ถูกต้อง เราต้องคิดหาวิธีให้ได้ก่อน” เซียวชื่อไม่ใช่คนที่เก็บซ่อนอารมณ์ไว้ไม่อยู่ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าลูกสาว ไม่ได้เก็บซ่อนอารมณ์นี้ไว้ จึงทำให้ดูเหมือนร้อนรน และทันใดนั้นก็ผุดวิธีหนึ่งขึ้นมา“ในเมื่อมีคนอาศัยฝันแผงฤทธิ์ เช่นนั้น หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง!”
“ท่ามแม่จะทำเช่นไรหรือเจ้าคะ”
เซียวชื่อดึงเจียงเชี่ยนเข้ามาใกล้และกระซิบข้างหูสองสามประโยค
เจียงเชี่ยนสงสัย “จะได้ผลหรือเจ้าคะ”
เซียวชื่อยิ้มเยาะ “ทำไมจะไม่ได้เล่า ในเมื่อท่านย่าเจ้าเชื่อเรื่องพวกนี้ พวกเราก็พายเรือตามน้ำ ก็แค่ไก่ฟั้าสองตัว ในจวนปัวรุ่นเด็กที่อยู่ในลำดับสอง