อวี้ชีสั่งสอนด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
ราวกับสุนัขตัวนี้จะฟังเข้าใจ เห็นว่าแย่งเหอเปามาไม่เพียงแต่ยังไม่ได้รางวัลจากเจ้านาย ซ้ำยังถูกตำหนิอีก จึงหมดเรี่ยวแรงโดยพลัน ใช้หางปัดพื้นไปมาอย่างไร้ชีวิตชีวา
“เจ้าใช้วิธีที่ดูไม่ดีนัก ครั้งหน้าระวังหน่อยแล้วกัน” อวี้ชีลูบหัวมัน แล้วเอาเหอเปาสอดไว้ในอก
สุนัขตัวใหญ่ “…”
หลงต้าน “…”เหลิงอิ่ง “…”
“พี่อวี๋ชี อยู่บ้านหรือไม่” เสียงตะโกนเรียกของเจียงจั้นดังมาจากหน้าประตู
เสียงนั้นเพิ่งจะหายไห เหลิงอิ่งกับหลงต้านก็กระโดดขึ้นไปบนต้นไม้อย่างเงียบๆ อย่างพร้อมเพรียง
เอ้อร์หนิวกระโดดตามไปด้วย กระโดดขึ้นไปได้ครึ่งทางเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามันไม่ต้องซ่อน จึงหมอบลงกับพื้นอย่างมั่นคง
“ไปเชิญแขกเข้ามาเถอะ” อวี๋ชีตบหลังเอ้อร์หนิวไปมา
เพียงไม่นานเอ้อร์หนิวก็พาเจียงจั้นเข้ามา
พอเห็นอวี้ชี เจียงจั้นสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย “พี่อวี๋ชี ข้าขออภัยด้วย วันนี้น้องสาวข้าพูดจาล่วงเกินพี่ไป…”
อวี้ชียิ้มพลางเอ่ยขัดเจียงจั้นขึ้นว่า “น้องเจียงเอ้อร์อย่าพูดเช่นนี้ ควรเป็นข้าที่ต้องขอโทษจึงจะถูก เอ้อร์หนิวโดนข้าตามใจจนเสียนิสัยแล้วนับวันยิ่งไร้กฎไร้ระเบียบ”
เจียงจั้นมองหมาตัวใหญ่อย่างไม่สบอารมณ์ พยักหน้าหงึกหงัก “พี่อวี๋ชีควรสั่งสอนเอ้อร์หนิวได้แล้ว เหอเปาของสตรีมิใช่ก้อนกระดูก จะมาแย่งแล้วหนีได้อย่างไร”
เอ้อร์หนิวแยกเขี้ยวอย่างไม่แยแส เผยให้เห็นฟันขาว
เจ้าโง่!
“น้องเจียงเอ้อร์พูดถูก