่อย่าออกไปไหนกับพี่รองอีกเลย”
“พี่อวี๋ชีที่พี่รองรู้จัก หน้าตาเป็นอย่างไรกันแน่เจ้าคะ” จู่ๆ เจียงซื่อก็โพล่งถามขึ้น
เจียงจั้นที่ถูกถามก็นิ่งงัน เอ่ยอย่างตะกุกตะกักว่า“ก็…ก็แบบว่า มีตาสองดวงกับอีกหนึ่งปากรูปร่างถือว่าสูง ดูแล้วเหมือนกับไม้ไผ่อย่างไรอย่างนั้น…”
คำพูดที่ขัดกับความรู้สึกเช่นนี้ เจียงจั้นโกหกต่อไปมิได้แล้ว เขายิ้มแห้งๆ เอ่ยว่า “เหตุใดจู่ๆน้องสี่จึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาเล่า”
เจียงซื่อที่เกือบจะถูกพี่ชายผู้โง่เขลาโมโห ก็ยิ้มออกมา “ครั้งก่อนพี่รองมิได้บอกว่าพี่อวี๋ชีร่างกายสูงใหญ่กำยำหรอกหรือ ร่างกายสูงใหญ่กำยำกับไม้ไผ่นี่ต่างกันอยู่มากนัก”
“อย่างนั้นหรือ” เจียงจั้นแกล้งเลอะเลือน ตบศีรษะตัวเองทันที “เกือบลืมไปเลย วันนี้มีนัดไปดื่มสุรากับพี่อวี๋ชีนี่นา น้องสี่กลับไปก่อนเถิด”
เจียงซื่อแย้มริมฝีปากระบายยิ้ม “ความจริงแล้วข้าก็อยากเจอพี่อวี๋ชีเช่นกัน ว่าจะไปขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตพี่รองเอาไว้เสียหน่อย”
“ไม่ต้องแล้วล่ะ ที่ต้องขอบคุณพี่ก็ได้ขอบคุณไปแล้ว น้องสี่เป็นสาวเป็นนาง มันไม่เหมาะสม ไม่เหมาะสม” เจียงจั้นรีบปฏิเสธ
ยังดีที่บ้านพี่อวี๋ชีกับจวนปัวมิได้สนิทหรือเป็นญาติกัน เหตุผลที่จะขัดขวางไม่ให้พวกเขาได้เจอกันจึงมีเต็มไปหมด
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พี่รองก็ไปเถิด ข้าขอกลับก่อน” เจียงซื่อตอบรับไปด้วยท่าทีนิ่งเฉย แต่ได้คิดแผนไว้ในใจแล้ว รออีกสักพักจะแอบตามไปนางต้องดูให้เห็นกับตาให้ได้
เจี