กับเหอเปาเรียบร้อยแล้ว ก็ร้องเรียกสองที มันอ้าปากงับที่ชายกระโปรงนางเบาๆ แล้วลากออกไปทางด้านนอก
เจียงจั้นระเบิดอารมณ์ออกมา “เจ้าหมอนี่ เอ้ยเจ้าหมานี่ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!”
สุนัขตัวใหญ่มองเจียงจั้นอย่างไม่แยแส มันแยกเขี้ยวออก
เจียงจั้นถึงกับใจสั่น
ปากใหญ่เพียงนี้ ฟันขาวแหลมคมเพียงนี้ หากมันคลั่งขึ้นมาจะไม่กัดขาน้องสี่ขาดหรือไง!
“เจ้า…เจ้าใจเย็นก่อน” หน้าผากของเจียงจั้นเริ่มมีเหงื่อผุดซึม
แต่สีหน้าเจียงซื่อกลับผ่อนคลาย “เจ้าจะพาข้าไปที่ใดใช่หรือไม่”
สุนัขตัวใหญ่สะบัดหัว สองขาหน้าถีบยันลงพื้นแล้วลากเจียงซื่อออกไป
“ข้าควรกลับบ้านแล้ว” เจียงซื่อถอนใจเอ่ยเสียงเบา
แสงตะวันส่องลอดแมกไม้อันงอกงามลงมา ดั่งเศษทองตกลงบนร่างสุนัขตัวใหญ่ ทำให้ขนสีเทาเหลืองถูกย้อมกลายเป็นขนสีทอง
เจียงซื่อหลุบตามองมัน แววตาแผ่ซ่านไปด้วยความอ่อนโยน แต่ก็ยังยืนยันที่จะดึงชายกระโปรงกลับคืน
นางครุ่นคิด ไม่ต้องยืนยันแล้ว ยามนี้สิ่งที่นางต้องทำคือออกห่างจากคนเลวนั่นให้ไกลที่สุด ชั่วชีวิตนี้อย่าได้คบหากันอีก
สุนัขตัวใหญ่มองเจียงซื่อด้วยความสงสัย ทันใดนั้นก็พลันหันหลังกลับวิ่งออกไป
เจียงจั้นตกใจจนเสียงดังขึ้นมา “พี่อวี๋ชี พี่มาได้อย่างไร”
ใต้ต้นอวี้หลันที่ห่างออกไปไม่ไกล มือของชายหนุ่มในอาภรณ์สีเขียวลูบลงบนหัวสุนัขตัวใหญ่เบาๆ สายตาที่ทั้งลึกซึ้งทั้งยาวไกลมองข้ามผ่านเจียงจั้นไปตกอยู่บนร่างของสาวน้อยในชุดกระโปรงแดงเสื้อสีขาว
เ