พอเจียงซื่อกลับถึงเรือนไห่ถังก็รีบเข้าไปขลุกอยู่กับสมุนไพรพวกนั้นต่อ
หญ้าไปั๋เจี่ยวที่เก็บมาจากริมคลองหลิวตีจะต้องนำไปตากแห้ง แล้วถึงนำกลับมาบดเป็นผงอีกครั้ง อาศัยที่แดดกำลังแรงอยู่ก็ให้อาหมานกับอาเฉี่ยวเอาออกมาตากแดดในลานได้
เจียงจั้นที่กำลังเดินหอบสิ่งของเข้ามา พอเจอกับพวกอาหมานสองคนยืนอยู่ข้างนอกลานกว้างก็ยิ้มและพูดขึ้น “คุณหนูของพวกเจ้าล่ะ”
อาเฉี่ยวเห็นดังนั้นก็รีบวางงานในมือลงแล้วตอบกลับ “คุณหนูอยู่ในเรือนเจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวจะไปรายงานคุณหนูให้นะเจ้าคะ”
เจียงจั้นมองของที่หอบอยู่ในอกจึงรีบพูดขึ้น “ไม่ต้อง เดี๋ยวรอข้าจัดการให้เสร็จเรียบร้อนก่อนค่อยเรียกคุณหนูของพวกเจ้าออกมา”
อาหมานกับอาเฉี่ยวล้อมวงดูอย่างสนอกสนใจ
“โอโห ชิงช้านี่” ใบหน้าของอาเฉี่ยวแลดูสนุกสนาน
เจียงจั้นมองไปรอบๆ และเลือกต้นไห่ถังต้นหนึ่งบริเวณนั้น ใช้เวลาเพียงชั่วน้ำเดือด ก็โยนเชือกตวัดขึ้นไปบนกิ่ง และลากเชือกลงมาผูกมัดเป็นปม ทำไปยิ้มไป “เอาเชือกผูกเป็นไฉ่ไต้[1]ไว้ตรงนี้สวยดีเหมือนกันนะ ทั้งยังเอาไว้เป็นที่จับได้ด้วยเสร็จแล้ว พวกเจ้ามาลองนั่งดูหน่อยไหม”
อาเฉี่ยวอาหมานตกใจไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก“คุณหนูยังไม่ได้นั่ง บ่าวไม่กล้านั่งเจ้าค่ะ”
“ข้าบอกให้พวกเจ้ามาลองนั่งก็คือนั่ง จะเรื่องมากทำไม” เจียงจั้นพูดอย่างรำคาญใจ ก็แค่ให้พวกเจ้ามาลองนั่งดูว่าจะรับน้ำหนักได้หรือไม่ ถึงค่อยให้น้องสาวของข้ามาเล่นก็แค่นี้เอง
เอาล่ะ อาหมาน