้าหลิว
หัวใจของเซียวซื่อเต้นระส่ำระส่าย รู้ดีกว่าเจียงซื่อพูดก่อนย่อมได้เปรียบ เวลานี้ไม่อาจจะมาถกเถียงอีกได้ จึงรีบพูดกับปั้าหลิว “เจ้ายังจะนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่อีก รีบไสหัวออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”
ปั้าหลิวที่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จึงหันไปโขกศีรษะให้กับเฝิงเหล่าฮูหยินแล้วรวบชายกระโปรงที่ฉีกขาดเดินจากไป
“ช้าก่อน” เจียงซื่อกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณหนูสี่มีธุระอะไรอีกหรือ” เซียวซื่อยิ่งได้ยินเสียงของเจียงซื่อ ยิ่งรู้สึกอกสั่นขวัญผวา
“เรื่องที่เอาความตายมาข่มขู่เจ้านาย ต่อไปต้องควบคุมให้ดี ท่านอาสะใภ้รองใจดีต่อบ่าวรับใช้ไม่กล้าลงมือ หลานเองก็ได้เห็นกับตาแล้ว หากบ่าวรับใช้เดินออกจากจวนปัวไปแล้วเอาชื่อเสียงของหลานไปนินทาเสียหาย เวลานั้นข้าคงรู้สึกแย่”“ใครมันกล้าก็ลองดู” เฝิงเหล่าฮูหยินกล่าวเสียงแข็ง มองไปยังรอบๆ บรรดาบ่าวรับใช้ทุกคน
แต่กลับไม่มีใครกล้าสบตา ต่างเอาแต่ก้มหน้า
“ปั้าหลิว เจ้าฟังให้ดีถ้าเจ้าไปถึงชนบทแล้ว หากมีเรื่องอะไรหลุดออกไปด้ ครอบครัวเจ้าจะไม่ได้อยู่เป็นสุขเลย”
ปั้าหลิวคุกเข่าอีกครั้ง “บ่าวไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะบ่าวไม่กล้าแล้ว”
นางก้มศีรษะรับผิด แต่ในใจกลับจดจำความแค้นฝังลึกที่เอ้อร์ไท่ไท่เซียวซื่อทำไว้กับนางเอ้อร์ไท่ไท่รับปากนางแล้ว วันนี้หลังจากก่อเรื่องวุ่นวายกับคุณหนูสี่ พอถึงที่ชนบทนางก็ยังจะได้สิ่งตอบแทนอีกมากมาย
แต่เฝิงเหล่าฮูหยินก็กำชับคำสั่ง ห้ามนางเอาเรื่องของ