ฮูหยิน
เจียงซื่อยอบกายทักทาย “ท่านอาสะใภ้รอง”
“คุณหนูสี่มาน้อททายเหล่าฮูหยินหรือ” เซียวซื่อแสดงท่าทางเมตตาอ่อนโยน “ลี่เอ๋อร์กับเพ่ยเอ๋อร์ควรเอาแบบอย่างคุณหนูสี่บ้างเสียแล้ว เด็กสองคนนั้นถูกข้าเลี้ยงจนเหลวไหลไม่รู้ความเลยสักนิด”รอยยิ้มมุมปากของเจียงซื่อกระตุกวูบ
‘ลี่เอ๋อร์’ และ ‘เพ่ยเอ๋อร์’ ที่เซียวซื่อกล่าวถึง ก็คือคุณหนูห้าเจียงลี่ และคุณหนูหกเจียงเพ่ยนั่นเอง
เจียงลี่และเจียงเพ่ยเป็นลูกสาวของบ้านรอง แต่เซียวซื่อกลับพูดได้อย่างคล่องปากราวกับว่าทั้งสองเป็นลูกบ้านใหญ่ก็มิปาน
เฝิงเหล่าฮูหยินกระแอมขึ้น ใช้สายตามองไปทางโต๊ะอาหาร
เซียวซื่อตกใจพยายามข่มใจพูดขึ้น “นี่คือ…”นางเพิ่งจะแอบสั่งการปั้าหลิว แม่ครัวประจำจวนไปเมื่อช่วงเช้า ตกเย็นเจียงซื่อก็วิ่งแจ้นมาฟั้องเหล่าฮูหยินแล้วหรือ
เซียวซื่ออดตวัดสายตาไปมองเจียงซื่อไม่ได้
หญิงสาวหน้านิ่งยิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย
เซียวซื่อไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิด
ในจวนนี้นางเป็นคนดูแลทั้งหมด เจียงซื่อไม่มีมารดาอบรมสั่งสอนปกปั้อง ทั้งยังเพิ่งจะถูกยกเลิกงานแต่ง กลับกล้าทำเช่นนี้
ถ้าเป็นสถานการณ์ปกตินางไม่ควรทำเช่นนี้
คิดว่ารอให้เจ้าเด็กนี่ลิ้มรสชาติความลำบากสักหลายๆ วันให้ผ่ายผอมลงสักหน่อย นางก็จะสั่งให้ปั้าหลิวหยุดลงมือได้แล้ว
การแสดงออกของเซียวซื่อทำให้เจียงซื่อพอใจเป็นอย่างยิ่ง หญิงสาวยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ในชีวิตที่แล้วของนางเป็นคนใจร้อน และรักศักดิ์ศรีชื่อเส