ียงของตนเองมาก หากเซียวซื่อทำกับนางเช่นนี้แล้ว นางไม่มีทางไปบอกท่านพ่อหรือพี่รอง ไม่ต้องพูดถึงฟั้องท่านย่า เพียงแต่เฟั้นหาวิธีที่เอาคืนให้เหมาะสมถึงจะถูกที่สุดแต่ตอนนี้นางรู้แล้วว่าชื่อเสียงไม่ได้ทำให้นางอิ่มท้อง
“ท่านอาสะใภ้รองมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ จะได้รับทราบว่านี่คืออาหารมื้อเที่ยงและมื้อเย็นที่ส่งไปยังเรือนไห่ถัง” เจียงซื่อกล่าวเสียงเย็นชา
“อาหารนี้มีอะไรผิดปกติหรือ” เซียวซื่อทำท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราว
“กินไม่ลง” เจียงซื่อตอบตรงไปตรงมา “อาฝูกับอาสี่ลองชิมดูแล้ว หากท่านอาสะใภ้รองไม่เชื่อท่านก็ลองชิมด้วยตนเองสิเจ้าคะ”
เซียวซื่อหน้าเปลี่ยนสี “คุณหนูสี่กล่าวเช่นนี้ให้ข้าผู้เป็นสะใภ้ลำบากใจแย่แล้ว หากคุณหนูสี่ทานไม่ได้ก็บอกข้า ข้าจะได้ไปจัดการกับแม่ครัวแทนคุณหนูสี่ให้เอง”
“อาสะใภ้รองมีแผนจะจัดการกับแม่ครัวอย่างไรล่ะเจ้าคะ”เจียงซื่อกล่าวเสียงเรียบ “ข้าจำได้ว่าคนดูแลห้องครัวคือปั้าหลิวใช่หรือไม่”
เมื่อครู่นี้สีหน้าของเซียวซื่อไม่สู้ดีนัก แต่ตอนนี้ปรับเข้าสู่ปกติแล้วถามกลับอย่างสนิทสนม“คุณหนูสี่อยากให้ข้าจัดการคนดูแลห้องครัวอย่างไรเล่า”
นางเป็นผู้ใหญ่ แต่กลับมีท่าทางนบนอบ หากเจียงซื่อแสดงท่าทีก้าวร้าวออกมาก็จะทำให้เฝิงเหล่าฮูหยินไม่พอใจเอาได้ ยิ่งไปกว่านั้นพวกบ่าวรับใช้ก็จะเอาไปนินทาต่อได้ว่าคุณหนูสี่อารมณ์ร้าย รังแกบ่าวรับใช้
เจียงซื่อชี้ไปที่อาหารบนโต๊ะ ตอบอย่างใจเย็น“หากกับข้าวออกมารสช