ถึงแม้ว่าเฝิงเหล่าฮูหยินจะรักษาอาการเก่งขนาดไหนก็ตาม เจียงซื่อก็ยังจับผิดท่าทางผิดปกติเหล่านั้นออกได้ในเสี้ยววินาที
หลังมารดาของเจียซื่อผู้ที่เป็นบุตรสาวตระกูลซูได้ล่วงลับก็ทิ้งกุญแจหีบสินเดิมไว้ เฝิงเหล่าฮูหยินก็เป็นผู้ดูแลมาโดยตลอด แม้ว่าเฝิงเหล่าฮูหยินเองก็เปิดปากออกมาแล้วว่ารอวันที่เด็กทั้งสามคนมารับคืน แต่กระนั้นเจียงซื่อก็รับรู้ได้ว่าทวงคืนของตอนนี้เปรียบเสมือยกรีดเลือดเนื้อของเหล่าฮูหยินเฝิงก็ไม่ปาน
ซูซื่อเป็นบุตรสาวคนโตของจวนหนิงโหว สินเดิมที่ติดตัวมาไม่น้อยหน้าใคร ในหีบนั้นมีเงินทองทรัพย์สินล้ำค่ามากมายที่เอาไปออกดอกออกผลก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
แต่เงินเหล่านั้นเองที่ออกผลเป็นดอกเบี้ยกลับไม่ได้ถูกคิดรวมกับสินเดิมของซูซื่อ แต่มันบินหายไปไหน เอาเป็นว่าไม่ต้องพูดก็ทราบกันอยู่แก่ใจ
“อย่างไรเจ้าก็เอ่ยปากออกมาแล้ว แต่เจ้าเองนั้นยังไม่เคยเรียนรู้การบ้านการเรือน จะดูแลสินเดิมของตัวเองมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ” คำพูดของเจียงซื่อไม่อาจทำให้เหล่าฮูหยินเฝิงยอมปล่อยมือโดยง่าย แม้แต่น้ำเสียงก็เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา
เจียงซื่อเองก็ตีหน้ามึนไม่สนใจเอ่ยต่อ “ก็เพราะว่าดูแลสินเดิมเองมันไม่ง่ายน่ะสิเจ้าคะหลานเองเลยอยากจะเรียนรู้ไปก่อน ครั้งที่แล้วหมั้นหมายกับคุณชายสามจวนอันกั๋วกง คุณชายสามเองก็เป็นลูกแหง่ติดมารดา จะแต่งเข้าไปก็ไม่มีความรู้โง่เขลาเบาปัญญาเรื่องดูแลจวน ยังดีที่งานแต่งของหลานกับเขาล้มเห