ลว อนาคตไม่แน่ว่าหลานอาจจะต้องแต่งให้บ้านอื่นก็เป็นได้นะเจ้าคะ”
พอเอ่ยปากถึงเรื่องออกเรือนเจียงซื่อเองก็ไม่มีท่าทางเขินอายเลยแม้แต่น้อย พูดขัดจังหวะสีหน้าของเฝิงเหล่าฮูหยินต่อ “หากว่าหลานได้ออกเรือนไปกับคุณชายตระกูลไหนแล้ว แต่กลับไม่มีความรู้เรื่องการดูแลบ้านเรือนเลยจะถูกหัวเราะเยาะเอาได้นะเจ้าคะ หลานเองจะถูกว่าอย่างไรก็ยังมิอาจเทียบเท่าได้จะมีคนว่าถึงจวนปัวของเราว่าไม่รู้จักสั่งสอนบุตรหลานได้ นั่นก็เท่ากับว่าเป็นความผิดของหลานที่ทำให้ตระกูลเสื่อมเสีย”
พอเฝิงเหล่าฮูหยินฟังเจียงซื่อกล่าวจบสีหน้าก็มีแววประหลาดใจ
เป็นครั้งแรกที่นางได้พบว่าหลานสาวคนนี้ของนางคิดได้และพูดจามีเหตุมีผลขึ้นมาบ้างแล้ว
แต่ว่าจวนปัวกับจวนอันกั๋วกงเพิ่งจะล้มเลิกงานแต่งกันไป ภายในปีสองปีนี้เจียงซื่อไม่มีทางออกเรือนได้อย่างแน่นอน
ยังพอมีเวลาอีกตั้งมากมาย ครั้นจะยอมคืนสินเดิมก้อนใหญ่นี้ให้เจียงซื่อเลยเฝิงเหล่าฮูหยินก็แอบรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย
เฝิงเหล่าฮูหยินเอ่ยเสียงนิ่ง “เจ้าคิดได้เช่นนี้นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปเรียนรู้ครั้งเดียวจะสำเร็จเลยเป็นไปมิได้หรอกเอาแบบนี้ก็แล้วกัน นับแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้าก็ไปเรียนรู้กับอาสะใภ้รองก่อน ดูว่านางดูแลจัดการงานบ้านงานเรือนอย่างไร เรียนให้ครบสักสิบวันครึ่งเดือนค่อยให้อาสะใภ้รองของเจ้าแบ่งงานให้เจ้าลองรับผิดชอบดู เรื่องสินเดิมนั้นก็รอให้เรื่องดูแ