าติแย่แค่จานเดียว จะเรียกว่าผิดพลาดก็พอเข้าใจได้ แต่กับข้าวสี่อย่างผิดพลาดหมดทั้ง อีกทั้งยังไม่มีใครกินลง อาหารทั้งมื้อมีปัญหานี่เป็นเพราะแม่ครัวยังหลับไม่ตื่นหรือเป็นเพราะอันใดกันเล่า”
ปากเจียงซื่อยิ้มแต่ตากลับไม่ยิ้มตาม พลางพูดกับเซียวซื่อ “หากสืบหาสาเหตุของความผิดพลาดนี้ไม่ได้ ข้าก็คงจะคิดว่าท่านอาสะใภ้รองได้ไปสั่งการอะไรไว้กับในครัวหรือไม่ ถึงได้ส่งอาหารเช่นนี้มาให้ข้า”
เซียวซื่อเก็บสีหน้าไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว “คุณหนูสี่ท่านพูดเช่นนี้ ข้าผู้เป็นสะใภ้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ข้าดูแลจวนนี้มาไม่ใช่แค่ปีสองปี ข้าเป็นคนเช่นนั้นหรืออย่างไร”
“ท่านอาสะใภ้รองอย่าเพิ่งใจร้อนไป ข้าก็พูดไปแล้วไม่ใช่หรือว่าต้องหาสาเหตุให้ได้ หรือท่านอาสะใภ้รองเห็นข้าเป็นพวกไร้เหตุผล”
“แน่นอนว่าไม่ใช่…” เซียวซื่อพยายามรักษาสีหน้าต่อไปเจียงซื่อโยนคำถามให้นางทีละคำถามอย่างใจเย็นโดย ทำให้เซียวซื่อผู้คุ้นเคยกับการพูดครั้งเดียวจบตกที่นั่งลำบาก
เจียงซื่อหน้านิ่งกล่าวต่อ “ในเมื่อท่านอาสะใภ้รองไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น นั่นก็เท่ากับว่าปั้าหลิวแม่ครัวทำตัวกร่างรังแกข้าผู้ที่มารดาล่วงลับไปตั้งแต่ยังเด็ก ท่านอาสะใภ้รองคิดว่าจะจัดการเรื่องนี้กับคนของท่านอย่างไรเล่า”
“ก็…” เซียวซื่อนิ่งไปอึดใจ “ในเมื่อปั้าหลิวเสียรสมือในการทำอาหารไปแล้ว ก็ให้นางไปอยู่ที่ห้องเย็บปักก็แล้วกัน”
ปั้าหลิวทำงานตามที่นางสั่ง ลงโทษให้นางไปอยู่ห้องเย