กนิด”
ทั้งที่ยังไม่ได้แตะต้องเลย เหตุใดจึงรู้ว่ากินไม่ได้
เจียงซื่อยิ้ม “ก็เพราะรู้ว่ากินไม่ได้น่ะสิเจ้าคะ เลยไม่ได้แตะต้องเลยแม้แต่น้อย หากท่านย่าไม่เชื่อลองให้คนมาชิมดูได้เจ้าค่ะ”
“อาสี่” เฝิงเหล่าฮูหยินส่งสายตาไปที่อาสี่
อาสี่ไม่ค่อยเต็มใจนัก
เป็นบ่าวรับใช้คนสนิทของเฝิงเหล่าฮูหยิน ของกินของใช้แทบจะไม่ต่างกับบรรดาคุณหนูเลยสักนิดใครจะไปอยากกินอาหารเย็นจืดชืดเช่นนี้ได้ลง
แต่กระนั้นความคิดนี้ก็ได้เก็บเอาไว้ในใจ นางรีบตอบรับและหยิบตะเกียบสะอาดคู่หนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา
ลองชิมยำแล้วกัน อย่างน้อยเป็นอาหารที่ไม่ต้องใช้ความร้อนมาก ถึงจะไม่ได้อุ่นร้อนรสชาติคงจะไม่ได้เปลี่ยนไปสักเท่าใดนัก
อาสี่คีบอาหารเข้าปากก็รับรู้ได้ถึงรสชาติจนแทบจะคายออกมาไม่ทัน
“เกิดอันใดขึ้น” เฝิงเหล่าฮูหยินถามเสียงต่ำ
อาสี่ตอบด้วยน้ำตานองหน้า “เหมือนว่าจะใส่มั่วเจี้ยมากไปหน่อยเจ้าค่ะ”
“อาฝู เจ้าลองชิมจานอื่นดูที” ถึงตอนนี้เฝิงเหล่าฮูหยินก็มีความคิดบางอย่างผุดขึ้น
ถึงแม้อาฝูชิมดูหลายจานอาการไม่ได้เหมือนกับอาสี่ที่แสดงออกมาขนาดนั้น แต่สีหน้าก็มิสู้ดีเท่าไหร่จึงกล่าวตอบเฝิงเหล่าฮูหยินว่า “รสชาติ…รสชาติแย่มากเจ้าค่ะ”
“แม่ครัวที่ห้องครัวกำลังเล่นตลกอะไรอยู่กันแน่”
เจียงซื่อยิ้ม “แต่ก่อนก็ไม่เกิดปัญหาอะไรเจ้าค่ะแต่สองมื้อนี้มีปัญหาติดกันทั้งสองมื้อ หรือท่านลองถามท่านอาสะใภ้รองดูก็ได้นะเจ้าคะ เผื่อนางเปลี่ยนแม่ครัวแล้ว