ัยเพราะไม่มีมารดาสอนสั่งเลยทำให้เหลวไหลเช่นนี้
บ่าวรับใช้คนสนิทอย่างอาสี่และอาฝูพยายามปิดปากเงียบสนิท
ดูเหมือนว่าคุณหนูสี่จะซวยเข้าแล้วจริงๆ
เจียงซื่อไม่มีทีท่าว่าจะสนใจท่าทางโกรธของเฝิงเหล่าฮูหยินเลยแม้แต่น้อย “หลานไม่ได้เหลวไหลนะเจ้าคะ หากหลานยังไม่ทำครัวแยกเป็นของตัวเองคงจะอดตายเป็นแน่ เพื่อปกปั้องชีวิตตนเองจึงมาขอร้องท่านย่าเจ้าค่ะ”“ปกปั้องชีวิตอะไรของเจ้ากัน เพราะแค่อยากทำครัวแยกเจ้าต้องเอาเรื่องเป็นเรื่องตายมาต่อรองกับข้า หากได้ยินไปถึงข้างนอกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน” เฝิงเหล่าฮูหยินดุกลับ
“อาหมาน อาเฉี่ยว ยกอาหารนั่นเข้ามา”
ม่านบางเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อาหมานและอาเฉี่ยวจึงเดินก้าวเข้ามา
บ่าวรับใช้สองนางเดินถือกล่องอาหารในมือคนละกล่อง และย่อกายคารวะเฝิงเหล่าฮูหยิน
เฝิงเหล่าฮูหยินคร้านจะกล่าวกับพวกบ่าวรับใช้จึงได้จ้องกลับไปที่เจียงซื่อ
“เอาอาหารออกมาให้เหล่าฮูหยินดู”
อาหมานและอาเฉี่ยวยกอาหารออกมาจากกล่องเพียงครู่ก็วางเต็มโต๊ะ
“นี่คืออาหารกลางวันเจ้าค่ะ ส่วนนี่คืออาหารเย็นท่านย่าลองให้คนชิมดูสิเจ้าคะ ดูว่าอาหารพวกนี้กลืนลงกระเพาะได้หรือไม่” เจียงซื่อเก็บรอยยิ้มกล่าวเสียงเย็น
เฝิงเหล่าฮูหยินมองไปรอบๆ อาหาร สายตาหยุดไปที่อาหารมื้อเย็นอยู่พักหนึ่งแล้วจึงขมวดคิ้วพูดขึ้นมา “กล่องอาหารถึงแม้ดูค่อนข้างแย่ไปหน่อยแต่เหตุใดรสชาติถึงกินไม่ได้เสียเล่า ข้าดูแล้วเหมือนว่าไม่มีใครแตะต้องอาหารเลยสั