งตระกูลก็ยกเลิกงานแต่งกันไปแล้ว จี้ฟางหวายังมีอะไรจะพูดคุยกับนางอีก
จี้ฟางหวายืนบิดผ้าเช็ดหน้าไปมา ทันใดนั้นก็ยอบกายให้กับเจียงซื่อ
“แม่นางจี้เหตุใดจึงทำเช่นนี้” เจียงซื่อหมุนตัวหลบด้านข้าง
“เรื่องของพี่สาม…ข้ารู้สึกไม่สบายใจนักจึงอยากขอโทษพี่เจียงซื่อ” จี้ฟางหวาหน้าแดง เกรงว่าหากพูดชื่อจี้ฉงอี้ไปแล้วจะทำให้อีกฝั่ายโกรธ จึงค่อนข้างที่จะตื่นกลัวเวลามองไปทางนาง
เจียงซื่อยกยิ้มขึ้น “แม่นางเจียงไม่ต้องขอโทษข้าข้ามิได้ใส่ใจอันใดแล้ว”
แม้นางจะใส่ใจ แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของจี้ฟางหวา
นางเองยังไม่อยากจะฟังคำขอโทษจากจี้ฉงอี้สำหรับนางแล้วอยู่ให้ห่างได้ยิ่งไกลยิ่งดี
“ข้ารู้ว่าเพียงแค่คำขอโทษมันไม่มีความหมายอันใดหรอก แต่ว่า…ข้าอยากบอกกับพี่เจียงซื่อว่าจริงๆ แล้วพี่สามเขาเป็นคนดีมาก”
เจียงซื่อยิ้มพลางขัดจังหวะจี้ฟางหวาพูดขึ้นมา“ความหวังดีของแม่นางจี้ข้าเข้าใจทั้งหมด แต่สำหรับคนอื่นแล้วข้าขอร้องแม่นางจี้อย่ากล่าวถึงอีกเลย ข้าไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่นิดจริงๆ ”
คำตอบของเจียงชื่อเหนือความคาดหมายของจี้ฟางหวาอยู่บ้าง
นางคิดว่าเจียงซื่อจะต้องโกรธมากแน่ๆ ทั้งยังเตรียมตัวเตรียมใจโดนก่นด่ามาแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าฝั่ายตรงข้ามจะมีปฎิกริยาเช่นนี้พิจารณาใบหน้าเฉยชาของหญิงสาวทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นนี้แล้ว จี้ฟางหวาจึงได้แต่ลอบถอนใจ
พี่สามหนอท่านเสียสติไปแล้วจริงๆ
“แม่นางจี้ข้าออกมานานมากแล้ว ถ้ายังไม่กลับไปอีกคนท