เถอะ น้องพี่ เรื่องนี้เราจะไม่เอามาคุยกันอีกแล้ว” จี้ฉงอี้พูดปัดอย่างรำคาญใจเพื่อให้ได้อยู่กับแม่นางเฉี่ยวดังใจหวัง เขาโดนผู้ใหญ่ในบ้านกดดันมามากมาย เอาตามจริงตอนนี้เขาไม่สนใจใครอีกต่อไปแล้ว
“แต่ว่าวันนี้ข้าเจอคุณหนูสี่ตระกูลเจียง”
จี้ฉงอี้เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม “น้องพี่เจ้าไปฟังคำพูดไร้สาระจากคุณหนูสี่ตระกูลเจียงมาอีกแล้วใช่หรือไม่”
จี้ฟางหวาโยนลูกบ๊วยทิ้งลงในจานและลุกยืนขึ้น“พี่สามอย่ามาคาดเดาสุ่มสี่สุ่มห้านะเจ้าคะคุณหนูสี่ตระกูลเจียงยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ เป็นข้าต่างหากที่รู้สึกว่านางเป็นคนดีมาก”“น้องพี่เจ้าไปเจอคุณหนูสี่ตระกูลเจียงมาจากที่ใด” จี้ฉงอี้ถามกลับอย่างสงสัย
“บังเอิญเจอแถวริมคลองหลิวตีตอนเดินเล่น”
จี้ฉงอี้ยิ้มเยาะ “เจ้าใส่ซื่อเกินไปแล้ว เจ้าลองคิดดูให้ดี ในโลกนี้ไหนเลยจะมีเหตุบังเอิญเช่นนี้ได้”
จี้ฟางหวายิ้มเย็นตอบ “พี่สามท่านคงปั่วยจนเลอะเลือนไปเสียแล้วสินะ ท่านกับคุณหนูสี่ตระกูลเจียงยกเลิกงานแต่งกันไปแล้ว ท่านคงไม่คิดว่าตระกูลเรามีสืบทอดตำแหน่งในราชสำนักจนทำให้คนอื่นคิดสารพัดวิธีเพื่อมาพบน้องสาวของท่าน”“ฟางหวา เจ้าเลอะเลือนไปแล้วหรืออย่างไรคำพูดพวกนี้เจ้าถึงกับกล้าเอ่ยออกมา” จี้ฉงอี้โกรธจนไอออกมาตัวโยน
จี้ฟางหวาพอเห็นเช่นนั้นก็ได้สติแล้วจึงโต้กลับไป“ช่างเถอะ พี่สามเลอะเลือนไปแล้ว ตอนนี้ยังมองอะไรไม่ออก ในอนาคตท่านเองนั่นแหละจะรู้สึกเสียใจ”
พอนางพูดจบก็รีบวิ่งจากไป จ