ีได้แล้วเชียว…”
ในครั้งนั้น เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกผิด แม้คิดอยากขอโทษพี่รอง แต่ก็ไม่อาจลดความถือดีของตัวเองลงได้
การรั้งรอนี้ ผ่านไปไม่นานก็รั้งจนถึงวันออกเรือน…
เจียงซื่อไม่อยากคิดต่อไปแล้วความหลังเหล่านั้น เหมือนดั่งหนามแหลมฝังอยู่ก้นลึกในใจนาง
“เหตุใดน้องสี่ถึงร้องไห้เล่า” ทำเจียงจั้นถึงกับสะดุ้งโหยง รีบลนลานหิ้วกรงนกขึ้นพลางเอ่ยถาม“ข้าทำให้น้องสี่ใช่ตกใจหรือไม่”
เจียงซื่อใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา หัวเราะพลางเอ่ย“พลันคิดถึงที่มาของชื่อนก ก็อดรู้สึกตื้นตันไม่ได้เจ้าค่ะ”
“ชื่อรึ” เจียงจั้นถึงกับงงงัน
เจียงซื่อชี้ไปยังนกแก้วขนทองพลางอธิบาย“นกแก้วชนิดนี้ มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า นกแห่งความรัก นกชนิดนี้ต้องอยู่เป็นคู่ หากมีตัวใดตัวหนึ่งสิ้นใจไปก่อน ไม่นาน อีกตัวหนึ่งก็จะตายตามไป…”
“เอ๋ น้องสี่พูดเหมือนพี่อวี๋ชีเลย”
เจียงซื่อนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง
“พี่อวี๋ชียังบอกอีกว่า มีเพียงน้อยคนนักที่รู้ความเป็นมาอีกชื่อหนึ่งของเจ้านกตัวนี้ ที่แท้ข้าโดนหลอกนี่เอง”
“เจ้านกแก้วคู่นี้เกี่ยวอะไรกับพี่อวี๋ชีอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เมื่อได้ยินเจียงจั้นเอ่ยถึงอวี๋ชี เจียงซื่อแม้จะรู้ว่าไม่ใช่คนเดียวกัน แต่ในใจก็ยังคงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
“วันนี้ข้าไปดื่มกับพี่อวี๋ชีมา คิดไม่ถึงว่าเรือนของเขาเลี้ยงนกไว้มากมาย พวกเราดูนกไปดื่มไปพี่อวี๋จึงเล่าเรื่องนกและเรื่องราวสนุกๆ ของนกแต่ละตัวให้ข้าฟัง ตอนท้ายเขาเอ่ยถามข้าว่าอ