ิดใจพี่หรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่…” เจียงเชี่ยนฝืนหัวเราะ พลางจ้องใบหน้าของเจียงซื่ออย่างลืมตัวใบหน้าน้องสาวของนางนี่ ช่างหนาเสียจริง!
คืนวานได้ยินเรื่องจวนอันกั๋วกงและจวนตงผิงปัวยกเลิกงานสมรสแล้ว สามีของนาง ฉังซิงโหวซื่อจื่อถอดถอนใจ “สตรีงามเช่นนี้ จี้ซานช่างไม่มีวาสนาเสียเลย!”
“น้องสี่ได้พบข้าแล้วคงคิดถึงพี่ใหญ่ล่ะสิ เจ้าถึงรู้สึกไม่สบายใจ” เจียงเชี่ยนไม่อยากต่อกรกับเจียงซื่อ จึงรีบฉีกยิ้ม “น้องสี่อย่าได้ใจร้อนไป ไม่แน่ อีกครู่เดียวพี่ใหญ่ก็คงมาถึงแล้ว”
เหอะๆ หากเจียงอีมาเยี่ยมเจียงซื่อจริงๆ งั้นนางก็เปลี่ยนชื่อเป็น ‘เซียน’ เถอะเจียงซื่อยิ้มเย็นชาอยู่ภายในใจ
น่าเสียดายที่ก่อนนี้นางตาบอด ไม่รู้เลยว่าเจียงเชี่ยนปลุกปันสร้างความแตกแยกได้อย่างเชี่ยวชาญเช่นนี้
พี่ใหญ่ทั้งอ่อนแอและบอบบาง แต่งงานออกจากจวนไปหลายปีแต่มีบุตรีเพียงคนเดียว ชีวิตของนางที่อาศัยอยู่กับครอบครัวสามีก็ยากลำบากการยกเลิกงานสมรสของนาง ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องน่าภาคภูมิอะไร สถานการณ์เช่นนี้ แม้พี่ใหญ่มีใจอยากกลับมาเยี่ยม แต่นางก็คงจนปัญญา
“หากข้าคิดถึงพี่ใหญ่ข้าจะไปหานางเอง พี่รองกังวลมากไปแล้วเจ้าค่ะ”“น้องสี่เจ้า…” ตอนนี้ เจียงเชี่ยนยิ้มไม่ออกแล้ว
เฝิงเหล่าฮูหยินโกรธเกรี้ยว “เจียงซื่อ วันนี้เจ้าถูกปีศาจเข้าสิงหรือ ต่อปากต่อคำกับพี่รองเจ้าไม่เลิกรา”
“ท่านย่า เมื่อคืนท่านฝันร้ายใช่หรือไม่เจ้าคะ”เจียงซื่อไม่สนใจความโกรธของเฝิงเห