พวกนั้นต่างหากที่เป็นคนโง่เขลา!”
“ถ้าเช่นนั้น พี่รองยังโมโหเรื่องใดอยู่อีก” เจียงซื่อถามต่อ
“พอข้านึกถึงคนพวกนั้นบอกว่าจี้ซานจะหาสตรีที่มีฐานะดีกว่าได้ ข้าก็รู้สึกจุกแน่นไปทั้งอก คนที่ไม่ผิดต้องมาแบกรับกรรม แต่คนที่ผิดกลับได้รับอิสระเสรี”
เจียงซื่อแอบถอนหายใจ เมื่อได้ยินเจียงจั้นกล่าวเช่นนั้น
บนโลกใบนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้น
แต่ถึงอย่างไร นางก็เชื่อว่าสิ่งที่มนุษย์กระทำลงไปนั้นฟั้าย่อมมีตาเห็น ประพฤติตนด้วยความบริสุทธิ์ อย่างนั้นสิ ถึงค่อยสบายใจ
“พี่รองยิ่งไม่ควรโมโหกับเรื่องนี้ ข้ายืนยันได้ว่าชาตินี้จี้ฉงอี้จะหาสตรีชั้นสูงที่ดีกว่า เรื่องนี้จะเป็นแค่ความฝันล้มๆ แล้งๆ!”
“จริงรึ”
“วันรุ่งขึ้นพี่รองก็จะรู้เอง”
บรรยากาศในจวนอันกั๋วกงอึมครึม อันกั๋วกงทุกข์ใจที่เว่ยซื่อไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ให้ดีได้ จึงเกิดการระบายความโมโหและได้กลับไปพักที่ห้องหนังสือแล้ว
เว่ยซื่อเองก็โมโหจนแน่นไปทั้งอก จึงเรียกลูกสะใภ้คนโตมาหาและแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา
กัวซื่อเอ่ยออกไปอย่างอดทนอดกลั้น “ท่านแม่อย่าได้โมโหไปกับพวกตาไม่ถึงเลยนะเจ้าคะลูกคิดว่ายกเลิกไปก็ดีเหมือนกัน สตรีชั้นสูงในเมืองหลวงมีอีกตั้งมากมาย รอเรื่องนี้ซาลง ท่านค่อยเลือกให้ซานหลางใหม่ก็ได้ ถึงเวลานั้นจวนตงผิงปัวก็จะรู้สึกโมโหเดือดพล่านไปเอง”
“ถูกของเจ้า ครั้งนี้ข้าจะเลือกอย่างดีให้กับซานหลาง อารมณ์ที่เสียไปต้องเอากลับคืนมาให้ได้!”