คำถามของเว่ยซื่อ ทำให้กัวซื่อเกือบร้องไห้ออกมา “ท่านแม่หารู้ไม่ คุณชายรองจวนตงผิงปัวเป็นคนไม่มีเหตุผลเอาซะเลย พอกลับถึงจวนก็ทำลายรถม้าของเราจนเสียหาย ลูกถึงกับต้องไปเช่ารถม้าถึงกลับมาที่จวนได้…”
“มีคนเช่นนี้ด้วยรึ” เว่ยซื่อตะลึงตกใจ
“เจ้าค่ะ ลูกเองก็คิดไม่ถึง”
“แล้วตงผิงปัวมีทีท่าว่าอย่างไรบ้าง”
กัวซื่อเล่าอย่างขมขื่น “นายท่านตงผิงปัวบอกว่าจะยกเลิกงานสมรส ส่วนเหล่าฮูหยินกลับแสดงความเป็นมิตรออกมา ลูกเห็นเรื่องราวเป็นไปเช่นนั้นจึงขอตัวออกมารออยู่ห้องบุปผา เพื่อให้เหล่าฮูหยินเกลี้ยกล่อมนายท่านตงผิงปัวให้ยอมเปิดใจ แต่ใครเล่าจะคิด ลูกยังไม่ทันได้คำตอบคุณชายรองท่านนั้นก็พุ่งเข้ามาจะทำร้ายลูก ถ้าไม่ใช่เพราะลูกหนีออกมาได้ทันเวลา ลูกอาจเสียแขนหรือขาไปข้างหนึ่งแล้วก็เป็นได้…”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” เว่ยซื่อตบที่โต๊ะดังปัง “จวนตงผิงปัวคิดว่าตัวเองสูงส่งจากไหน จะเรียกมาช่วยถือรองเท้าในอันกั๋วกงยังไม่คู่ควรเลยการที่จวนกั๋วกงส่งเจ้าไปกล่าวขอโทษ นับว่าเป็นการให้เกียรติสูงสุดแล้ว แต่ตงผิงปัวก็ยังจะยกเลิกงานสมรส ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”“ลูกก็คิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ ฐานะของตระกูลเช่นนี้ไม่คู่ควรกับเราตั้งแต่แรก หากไม่ใช่ ก็คงไม่มีหลานที่ไร้มารยาทเช่นนั้น” กัวซื่อรู้สึกเกลียดชังอย่างที่สุดเมื่อนึกถึงสภาพที่ตนต้องวิ่งหนีออกจากจวนตงผิงปัว
เว่ยซื่อกลับหัวเราะขึ้นมา “แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน”
“ท่านแม่”