กัวซื่อตะลึงงัน
เว่ยซื่อหัวเราะจนเห็นรอยย่นตรงหางตา“ความคิดของตงผิงปัวไม่สำคัญหรอก ใครเล่าจะไม่รู้ ว่าตงผิงปัวไม่ใช่คนที่ควบคุมทุกอย่างได้ในจวน เรื่องภายใน คนที่ควบคุมหลักคือเฝิงเหล่าฮูหยิน เรื่องภายนอกคือเจียงเส้าชิง ในเมื่อเฝิงเหล่าฮูหยินไม่ต้องการยกเลิก งานสมรสครั้งนี้ก็ไม่มีทางถูกยกเลิก คอยดูเถอะ อีกไม่นานจวนตงผิงปัวจะต้องส่งคนมาหารืออีกครั้งแน่”
“ที่ท่านแม่กล่าวว่า ‘ดี’ ดีอย่างไรหรือเจ้าคะ”
เว่ยซื่อหัวเราะแห้ง “เจ้าเป็นฮูหยินซื่อจื่อในอันกั๋วกง นั่นเป็นแค่เด็ก จะมาไล่ตีเจ้าสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นนี้ได้อย่างไรกัน เดิมทีข้ายังคิดจะปลอบขวัญพวกเขาด้วยการให้ผลประโยชน์สักหน่อย ตอนนี้ขอแค่เรากุมจุดอ่อนข้อนี้ของพวกเขาเอาไว้ ก็จะนำมาหักล้างกันได้ทันที ข้าว่า เฝิงเหล่าฮูหยินคงกำลังหงุดหงิดอยู่เป็นแน่”
กัวซื่อได้ยินเช่นนั้นพลันรู้สึกไม่สบอารมณ์ตามแม่สามีใช้ศักดิ์ศรีของตนที่เสียไปเมื่อตอนอยู่จวนตงผิงปัวมาหักล้างกับสิ่งที่เจ้าหนุ่มนั่นทำ มันช่างลำเอียงเสียเหลือเกิน
แต่ถึงอย่างนั้น ความไม่พอใจของนาง จะแสดงออกมาต่อหน้าแม่สามีไม่ได้เด็ดขาด นางทำได้เพียงเห็นพ้องตาม “ท่านแม่ช่างรอบคอบเสียจริงเจ้าค่ะ”
แม่สามีกับลูกสะใภ้สบตากันแล้วยิ้มให้กันหนึ่งที
สาวรับใช้หานฟางเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ “ฮูหยินเจ้าคะ นายท่านตงผิงปัวมาหาเจ้าค่ะ!”
“ท่านแม่ว่าไว้ไม่มีผิด คนจากตงผิงปัวมาเร็วเชียวนะเจ้าคะ” กัวซื่อเอ่ย