ยงจั้นลุกขึ้นหนี “ท่านพ่อดูแลตัวเองด้วยขอรับเตะมากๆ เข้าระวังเจ็บเท้า ลูกขอไปดูน้องสาวก่อนนะขอรับ”
“พี่รอง…” เจียงซื่อลุกไปหาเจียงจั้นที่วิ่งเข้ามาในสภาพแทบดูไม่ได้เจียงจั้นเพิ่งรู้ตัวว่าหลังจากไปดื่มเหล้าและชกตีกับตานั่นมา ตัวเขายังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า จึงหันหลังจะกลับทันที “น้องสี่รอสักครู่ ข้ากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วจะมาหาใหม่!”
“ไม่ต้องแล้วเจ้าค่ะ” เจียงซื่อดึงแขนเสื้อเจียงจั้นเอาไว้ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พี่รองบอกข้ามาดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่งั้นข้าคงเป็นห่วงแย่”
เจียงจั้นหัวเราะแฮะๆ
เขาฟังไม่ผิดใช่หรือไม่ น้องสี่บอกว่าเป็นห่วงเขา
“พี่รอง”เจียงจั้นหุบยิ้ม แล้วกลับสู่สภาพของบุรุษผู้สง่าแต่พอพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านเหล้า อารมณ์ของเขาก็พลุ่งพล่านขึ้นมาทันที
“พี่รองอารมณ์เสียกับคนประเภทนั้นทำไมกันล่ะเจ้าคะ ร้านเหล้าเช่นนั้นเป็นแหล่งรวมนักพรตและนักปราชญ์อยู่แล้ว ผนวกกับเวลาที่มีสุราเข้าปาก พวกเขาก็มักจะเริ่มพูดพล่ามต่างๆ นานาเป็นเรื่องปกติ”
“แต่พวกนั้นมันพูดถึงน้องสี่… น้องสี่ไม่รู้สึกโกรธเลยรึ”
“ไม่เจ้าค่ะ” เจียงซื่อยกมือขึ้นจับหัวไหล่เจียงจั้น“การแต่งงานจะมีอิสระเท่าตอนนี้ที่ไหนกันล่ะเจ้าคะ ขอแค่ท่านพ่อกับท่านพี่ไม่รังเกียจข้าที่จะขอพักอาศัยและกินข้าวที่เรือนนี้ต่อไป เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”
“ไม่หรอกๆ ข้าไม่มีทางรังเกียจเจ้าแน่นอน! อีกอย่าง เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้า คน