รชายของตน
พอกลับถึงจวน เจียงอันเฉิงก็กระโดดถีบเจียงจั้นจนล้ม “ลูกไม่รักดี ก่อเรื่องให้ข้าทุกข์ใจทุกวัน!”
เจียงจั้นลูบก้นน้อยใจ “ท่านพ่อ เรื่องนี้ข้าไม่ผิดสารเลวนั่นปากไม่ดี วิจารณ์น้องสี่มั่วๆ นี่ขอรับ”
“วิจารณ์น้องเจ้ารึ”
“ก็ใช่น่ะสิขอรับ!” เจียงจั้นเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดออกไป พลางเอ่ยอย่างโมโห “ถ้าวิจารณ์ข้าไม่เป็นไร แต่ไอ้คนนั้นมันพูดถึงน้องอย่างเสียหายลูกโมโหจุกแน่นไปทั้งอกจนแทบจะระเบิด เลยสั่งสอนมันสักหน่อย นี่ยังน้อยไปเลยนะขอรับ!”
เจียงอันเฉิงฟังอย่างเงียบๆ
แม้ว่าเขาไม่รู้สึกผิดในภายหลังสำหรับการตัดสินใจยกเลิกงานสมรส แต่อนาคตของบุตรสาวจะเป็นอย่างไร ก็กลายมาเป็นเรื่องที่ทำให้เขาหนักใจมากราวกับมีก้อนหินทับอยู่ที่อก
เจียงจั้นลุกขึ้นยืน กล่าวต่อ “หรือท่านพ่อคิดว่าการที่ลูกได้ยินผู้อื่นวิจารณ์น้องสาว ไม่ควรโมโหแทน”
เจียงอันเฉิงเตะเจียงจั้นล้มไปกับพื้นอีกครั้ง พลางรู้สึกเจ็บใจที่ตนนั้นไม่สามารถหลอมเหล็กเส้นนี้ให้เป็นเหล็กกล้าได้ “ข้ายังไม่ได้พูดว่าโมโหแทนไม่ได้ แต่ข้าโมโหที่เจ้าเป็นคนโง่! ก่อนหน่วยลาดตระเวนมาถึง เจ้าไม่รู้จักหนีรึ”
ลูกไม่เอาไหน ทำให้เงินสามสิบตำลึงลอยไปง่ายๆเช่นนี้!
เจียงจั้นกะพริบตาปริบๆเอ๊ะ คำเตือนของท่านพ่อก็มีเหตุผล
“ท่านพ่อวางใจได้ ต่อไปนี้ลูกทราบแล้วขอรับเมื่อตีเสร็จต้องวิ่งทันที!”
“ยังจะมีครั้งหน้าอีกรึ ข้าจะฟาดลูกไม่รักดีอย่างแกให้ตายคามือเลยคอยดู!”
เจี