เฝิงเหล่าฮูหยินตะลึงตกใจอย่างที่สุด นางจ้องเจียงซื่อราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
แววตาและสีหน้าของเจียงซื่อนิ่งเรียบ และยังปล่อยให้เจียงเหล่าฮูหยินจับสังเกต
ชาติที่แล้ว แม้ว่านางมีชีวิตอยู่ไม่ถึงยี่สิบปี แต่เรื่องราวความโชคร้ายที่ได้พบ กลับมีมากกว่าหญิงทั่วๆ ไปถึงหลายเท่า ด้วยเหตุนี้ นางจึงไม่กลัวว่าคนอื่นจะจับผิดแต่อย่างใด
สีหน้าของเจียงอันเฉิงเริ่มเบาลง “ในเมื่อซื่อเอ๋อร์พูดเช่นนี้แล้ว งั้นพ่อขอตัดสินให้เลยว่า พ่อจะยกเลิกงานสมรสนี้เสีย!”
คำว่า ‘ยกเลิก’ เพียงคำเดียว มันหนักแน่นมั่นคงอย่างที่สุด จนเจียงซื่อเองก็รู้สึกโล่งอกตามไปด้วย
“ไม่ได้!” น้ำเสียงเข้มขรึมพลันดังขึ้นจากปากของเฝิงเหล่าฮูหยิน
เดิมทีคิดว่าจะใช้หลานสาวมาบีบบุตรชายคนโตแต่คิดไม่ถึง การกระทำที่กลับตาลปัตรของเจียงซื่อทำให้แผนการของเฝิงเหล่าฮูหยินพังลงไม่เป็นท่า ด้วยการนี้ นางจึงต้องยอมฉีกความอ่อนข้อทิ้งอย่างไม่ลังเล และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แข็งดุจดาบ “ข้าไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกงานสมรส!”
“ท่านแม่!”
“เจ้าหยุดพูดได้แล้ว! เจ้าเคยรู้บ้างหรือไม่ การที่ได้ดองกับจวนอันกั๋วกง มีสายตากี่คู่ที่คอยชื่นชมอย่าว่าแต่คุณหนูใหญ่ คุณหนูรองที่ถูกคนในตระกูลสามีมองด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ในหนึ่งปีที่ผ่านมา มีตระกูลดีๆ อีกมากมายที่มาสู่ขอคุณหนูสาม ซึ่งดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนไม่น้อย หรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้น ทุกคนล้วนเห็นแก่การได้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับจ