้นอย่างแรง แล้วโต๊ะน้ำชาพลันแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
“ตั้งแต่นี้ไป หากคนจากจวนอันกั๋วกงมาเหยียบที่จวนปัวอีก ก็จะมีสภาพเช่นนี้แหละ!”
ผู้คนเริ่มรุมล้อมตั้งแต่เจียงจั้นทุบรถม้า
ส่วนพวกทันเหตุการณ์ก็ชอบเรื่องการซุบซิบนินทามากเป็นที่สุด พวกเขาจึงรู้แต่แรกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เวลานี้จึงพากันวิจารณ์อย่างสนุกปาก
“ดูๆ แล้ว สองตระกูลนี้คงแตกหักกันแล้วสิ”
“โถๆ จะไม่แตกหักได้อย่างไรกัน คุณชายจวนอันกั๋วกงกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานแล้วแต่ยังเลือกฆ่าตัวตายกับหญิงอื่น แบบนี้เอาว่าที่ภรรยาไปไว้ที่ไหน”
“นั่นสิ ตระกูลที่มีชื่อเสียงหน่อย ไม่มีใครเค้ายอมเข้าพิธีแต่งงานด้วยหรอก เห็นหรือไม่ปั้าหนิว ข้าบอกแล้วว่างานสมรสของสองตระกูลนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ เมื่อกี้ปั้ายังพูดว่าฝั่ายชายมาจากจวนกั๋วกง เป็นไปได้แน่นอน”
……
เจียงอันเฉิงที่วิ่งตามมาบังเอิญได้ยินคำวิจารณ์เหล่านี้เข้า ก็แสดงสีหน้าเย็นชาออกไป พร้อมกับตะโกนใส่เจียงจั้น “หยุดได้แล้ว ยังไม่รีบกลับเข้าไปรับโทษอีก!”
กัวซื่อมองดูประตูของจวนตงผิงปัวปิดลงอย่างช้าๆ นางรู้สึกเพียงว่า วันนี้นางขายหน้ามากที่สุดถ้าเป็นไปได้ นางอยากมีปีกแล้วบินกลับถึงจวนอันกั๋วกงทันที แล้วรถม้าก็ถูกทำลายจนเสียหายจึงต้องรอให้คนขับรถม้าไปเช่ารถมาเสียก่อน
ท่ามกลางผู้คนมากมาย กัวซื่อเพิ่งเคยสัมผัสถึงคำว่าหนึ่งวันนานเหมือนหนึ่งปี
ทันทีที่เจียงจั้นกลับมาถึงในเรือน เขาคุกเข่าลงฟุบ แต่กลับแสดงสีหน