เห็นเพียงจางอวิ๋นจ้องมองลงมาด้วยแววตาคมกริบ “ทำไม? คิดว่าเจ้าสู้เนี่ยจื้อไม่ได้รึ?”
“ศิษย์…”
สวีหมิงอ้าปากค้าง น้ำเสียงสั่นเครือ ไม่รู้จะตอบอย่างไร
“เจ้าโง่!”
จางอวิ๋นตะคอกใส่อย่างไม่เกรงใจ ราวกับสายฟ้าฟาด
“คนอื่นจะมองเจ้ายังไงมันก็เรื่องของคนอื่น แต่ถ้าแม้แต่ตัวเจ้าเองยังดูถูกตัวเอง ถอดใจยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม… งั้นเจ้าก็เกินเยียวยาแล้ว!!”
คำพูดนั้นกระแทกใจสวีหมิงอย่างจัง ราวกับค้อนปอนด์ที่ทุบทำลายกำแพงแห่งความกลัว
ใช่สิ… ถ้าตัวเขาเองยังยอมแพ้ แล้วจะไปชนะใครได้?
เขามองไปที่เนี่ยจื้อที่กำลังเชิดหน้าอย่างมั่นใจอยู่ไม่ไกล กัดฟันแน่นจนกรามปูนโปน แล้วเงยหน้ามองจางอวิ๋นด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป… มุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว!
“ท่านอาจารย์… ศิษย์สู้ได้ขอรับ!”
“ดี! งั้นก็แสดงความมุ่งมั่นของเจ้าให้ข้าเห็น!”
จางอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ มุมปากยกยิ้มพอใจ
พรืด!
เมิ่งจงที่อยู่บนแท่นสูงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา
“จางอวิ๋น ข้าก็นึกว่าเจ้าจะมีวิธีดีเด่อะไร ที่แท้ก็แค่ใช้ปากปลุกใจ? คิดว่าพูดน้ำท่วมทุ่งไม่กี่คำ จะทำให้ขยะเปียกกลายเป็นอัจฉริยะได้งั้นรึ?”
จางอวิ๋นปรายตามองอีกฝ่ายด้วยหางตา แล้วสวนกลับอย่างเจ็บแสบ