จางอวี้หัวได้ยินคำพูดของอิ๋นซู่เหลียนแล้วก็นึกเย้ยหยัน
เขาหันไปมองกังจื่อที่นอนอยู่บนเตียง จากนั้นก็หันมามองเช็คในมือ และเริ่มเผยท่าทีลังเลขึ้นมา
อิ๋นซู่เหลียนเห็นดังนั้น ในใจก็รู้สึกเหยียดหยาม และไม่ลืมที่จะโน้มน้าวต่อไปว่า “รับไปเถอะ ทำตามที่ฉันบอก ยังมีเงินอีกมากมายรออยู่เชียวนะ!”
“เอาเงินเหม็น ๆ ของเธอกลับไปซะ!”
จางอวี้หัวสายตาคมกริบ เขาปาเช็คใส่หน้าอิ๋นซู่เหลียน จากนั้นหันไปพูดกับกังจื่อว่า “รีบโทรเรียกนักข่าวมาเถอะ!”
“ได้เลย!” กังจื่อได้ยินดังนั้นก็ไม่ลังเล เริ่มต่อสายหานักข่าวทันที
“นี่เธอคิดว่าชีวิตเขามีค่าแค่เงินเท่านี้งั้นเหรอ อย่ามาทำให้ฉันขยะแขยงหน่อยเลย คราวนี้แหละฉันจะทำให้พวกแกต้องจบเห่!”
“รถที่จอดอยู่ข้างล่างของฉันมันยังมีค่ามากกว่าเงินพวกนี้อีก คิดว่าเงินน้อย ๆ แค่นี้จะซื้อเราได้งั้นเหรอ?”
เดิมทีจางอวี้หัวยังพูดกับเธออย่างสุภาพ แต่พอเธอทำแบบนี้ก็เหมือนกับไปกระตุ้นจุดเดือดของเขาเข้าทันที
สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือการโดนคนดูถูก
และยิ่งเกลียดที่สุดก็คือการที่มีคนเอาเงินมาวัดความสัมพันธ์ระหว่างมิตรภาพของพวกเขา
“ฉัน…ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นสักหน่อย อย่าเพิ่งเข้าใจผิดเลยนะ!”
ยามนี้อิ๋นซู่เหลียนรู้ตัวแล้วว่า ครั้งนี้เธอได้เจอของแข็งเข้าให้แล้ว ทว่ารู้ตัวตอนนี้มันก็สายเกินไป
ตอนนี้จางอวี้หัวและกังจื่อแค่รอให้นักข่าวมาทำเรื่องให้ใหญ่โต ตรงตามภาษิตที่ว่า ‘ข่าวดีไม่ออกนอกบ้า