นทันที
เมื่อเขามาถึงหน้าห้องพักของเสี้ยวจ้านอี ก็พบว่าเสี้ยวจ้านอีกำลังพูดคุยกับหญิงสาวที่แต่งตัวจัดจ้านอย่างสนิทสนม
หลังจากที่ปล่อยให้สาวงามทั้งสองออกไปแล้ว หานชิงอวี่จึงค่อยแอบหลบไปด้านข้างเพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ต่อไป
เขาส่งข้อความไปได้ไม่ถึงสิบนาที ไป๋ปิงกับหลินเหม่ยเสวี่ยก็รีบรุดหน้ามาพร้อมกับนักข่าวอีกหลายคน
“พวกคุณดูสิ!” หานชิงอวี่ร้องบอกพลางชี้ไปที่ห้องผู้ป่วยวีไอพี เมื่อเห็นว่าทุกคนมาถึงกันพร้อมหน้าแล้ว
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาในตอนนี้ เป็นภาพของเสี้ยวจ้านอีและชู้รักที่น่าเกลียดน่าชังยิ่งนัก
ไป๋ปิงหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ส่วนหลินเหม่ยเสวี่ยก็ได้แต่ส่งสัญญาณด้วยการกระดิกนิ้วเรียกนักข่าวที่อยู่ด้านหลัง
เมื่อเหล่านักข่าวพยักหน้ารับรู้ เธอก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจถีบประตูเข้าไปโดยไม่ลังเลใจ
ทันทีที่บานประตูถูกถีบกระเด็น เสี้ยวจ้านอีและหญิงชู้ก็สะดุ้งตกใจ พวกเขารีบร้อนจัดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างลนลาน
“พวกคุณทำอะไรกัน?” หลินเหม่ยเสวี่ยเอ่ยถามด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“พวกเรา…พวกเรากำลังคุยกันอยู่”
เสี้ยวจ้านอีเช็ดลิปสติกที่ปากและตอบอย่างติดอ่าง
“คุยกัน? คุยกันอย่างลึกซึ้งขนาดนั้นเลยหรือ?”
หลินเหม่ยเสวี่ยหัวเราะเยาะ เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาและถ่ายรูปเสี้ยวจ้านอีกับชู้สาวไปหลายภาพ
“พวกคุณกำลังละเมิดความเป็นส่วนตัวของผม!”
เสี้ยวจ้านอีโกรธที่หลินเหม่ยเสวี่ยถ่ายรูปอย่างสนุกสนานจึงตะโกนเสียงด