ว่า “เขาบอกว่าถูกคนลอบทำร้าย ผมว่าพวกเราควรจะขอดูกล้องวงจรปิด สืบสวนเรื่องนี้กันให้กระจ่าง!”
หานชิงอวี่ไม่เพียงแต่หัวดี ทว่ายังพูดจาฉะฉาน แต่ละคำที่เอ่ยออกมาก็เฉียบคม
เทียบกับอิงชื่อจ้งที่ชอบพูดติด ๆ ขัด ๆ เมื่อคุยกับคนอื่นมากกว่าสองคนแล้ว ต่างกันราวฟ้ากับเหว
แค่ไม่กี่ประโยค ก็ทำให้ทุกคนเถียงไม่ออก
หลีเหมิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินหานชิงอวี่พูด เขาจ้องมองอีกฝ่ายพลางกัดฟันถาม
“นายก็เอาแต่พูดถึงแต่เรื่องของเขา แล้วตัวนายเองล่ะ! นายก็มาสายเหมือนกันนั่นแหละ!”
“หมอหลี นายนี่มันโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่? เมื่อกี้พวกเรายังคุยเรื่องอิงชื่อจ้งหนีเวรอยู่เลย”
“นายอย่าบอกนะว่าความจำสั้นขนาดเห็นหน้าฉันแล้วคิดว่าคืนนี้ฉันเข้าเวร”
หานชิงอวี่ยิ้มเยาะมองหลีเหมิงราวกับกำลังมองคนโง่งม
“จะพูดยังไงก็ช่าง เรื่องอิงชื่อจ้งหนีเวรมันคือเรื่องจริง! และนี่คือบทลงโทษ! เขาจะไม่ได้รับเงินโบนัสของเดือนนี้!” สวี่คุนเอ่ยสรุปหลังจากฟังพวกเขาทะเลาะกันพลางนวดขมับตัวเองเบา ๆ
“ผม… ผมโดนใส่ร้าย…” อิงชื่อจ้งพูดอย่างไม่ยอมรับ หลังจากได้ยินบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ เขาเองก็รู้ดีแก่ใจว่าต้องมีคนจงใจกลั่นแกล้งเขาอยู่เบื้องหลัง
แต่ใครกันที่ลงมือได้โหดเหี้ยมขนาดนี้ แทบจะตีเขาให้ตายคามือ
“เราไม่สนใจกระบวนการ ดูแค่ผลลัพธ์! พวกนายกลับไปได้ คราวหลังระวังไว้ นี่ถือเป็นกรณีตัวอย่าง!” สวี่คุนมองพวกเขาแวบหนึ่ง ก่