ขณะที่หานชิงอวี่และคนอื่น ๆ กำลังชนแก้วแลกเปลี่ยนกันอย่างสนุกสนานในงานเลี้ยง
ทางด้านฮั่วหัวฉวีที่เพิ่งเสียหน้าจนต้องหนีออกมา ก็กำลังนั่งรถออกจากสถานที่จัดงานไปแล้ว
“เป็นไงบ้าง สืบมาได้รึยัง?”
ฮั่วหัวฉวีเหลือบมองบอดี้การ์ดข้าง ๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“นายครับ สืบมาได้แล้วครับ!”
บอดี้การ์ดตอบรับคำอย่างเร่งรีบ ก่อนจะรายงานว่า “ไอ้สารเลวนั่นที่อยู่กับหัวเฉียวเมื่อครู่ คือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหาน แล้วผมก็สืบมาได้ว่าจริง ๆ แล้วหัวเฉียวไม่ได้รู้จักกับเจียงหลานหยวนเลยครับ! ที่เขาช่วยก็เพราะหานชิงอวี่มาขอร้อง พี่ชายของเจียงหลานหยวนได้รับบาดเจ็บเพราะไอ้หมอนี่ เขาเลยไปขอให้หัวเฉียวช่วยเคลียร์วิกฤตหนี้นอกระบบของเจียงหลานหยวนให้!”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง! หานชิงอวี่! ฉันกับแกไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน แกกล้าดียังไงมาเล่นงานฉันแบบนี้!”
“ได้! ได้! งั้นเรามาดูกัน!”
หลังจากสืบเรื่องราวจนกระจ่างแล้ว ฮั่วหัวฉวีก็พูดด้วยความแค้น “ให้คนไปจับตาดูมันไว้ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่! ก็ให้มันได้ลิ้มรสความร้ายกาจของพวกเราบ้าง!”
“ตกลงครับนาย!”
บอดี้การ์ดได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างตอบรับ
ฮั่วหัวฉวีกำลังหมายตาหานชิงอวี่
แน่นอนว่า เรื่องนี้เจ้าตัวไม่รู้เลย
ตอนนี้เขากำลังอยู่ที่งานเลี้ยง สลับกันทำความรู้จักกับหุ้นส่วนของหวงปิน และเพลิดเพลินกับอาหารรสเลิศในงานกับหัวเฉียว
การเข้าสังคมแบบนี้ทำให้หานชิงอวี่รู้สึกเหนื