านชิงอวี่ทำท่าจะหนี เลยทุบโต๊ะเสียงดังลั่นด้วยความโมโห
อวี๋ฟางตกใจสะดุ้งสุดตัว หน้าซีดเผือด “คุณจะทำให้ลูกตกใจตายหรือไง”
“คุณนั่นแหละอย่าพูด! ตามใจลูกจนเสียคน! ทุกครั้งที่ผมจะสั่งสอนลูก คุณก็ต้องมาขัดคอผมทุกที!”
ครั้งนี้หานเหวินซานโมโหจนแทบเต้น แม้แต่อวี๋ฟางเขาก็ไม่กลัวอีกต่อไป พูดจบก็หันไปเรียกหานชิงอวี่ “มานี่! เซ็นชื่อซะ!”
“ครับ… ครับพ่อ! พ่อใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ!”
หานชิงอวี่ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุ ราวกับดินปืนที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
“มานี่! เซ็นชื่อ!”
หานเหวินซาน โยนเอกสารบนโต๊ะใส่หน้าหานชิงอวี่ เสียงดังเพียะ!
“อย่าเซ็นนะ! หานเหวินซาน คุณคิดว่าตัวเองเก่งมาจากไหนกัน?!”
อวี๋ฟางเห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นยืนด้วยความหวงลูกชายพร้อมกับพับแขนเสื้อขึ้น
“คุณอย่ามาเข้าข้างลูกนะ! วันนี้ไม่เซ็นก็อย่าเซ็น! ดูสิว่าผมจะสั่งสอนเขายังไง!”
หานเหวินซานพูดพลางปลดเข็มขัดออก ทำท่าจะตี
“ได้ คุณคิดจะรังแกพวกเราแม่ลูกใช่ไหม! ฉันขอสู้ตาย!”
อวี๋ฟางเห็นดังนั้นก็ทนไม่ไหว เอื้อมมือไปจับคนเป็นสามี
“แม่! พ่อ! อย่าเพิ่งทะเลาะกัน! ผมเซ็น! ผมเซ็นก็ได้!”
หานชิงอวี่เห็นดังนั้น จากที่ทำเป็นวางท่าก็รีบคว้าปากกาขึ้นมาแล้วเซ็นชื่อลงไปทันใด
หานเหวินซานเห็นดังนั้น จึงเขย่งเท้าขึ้นมองดู พอเห็นว่าเขาเซ็นชื่อแล้ว จึงค่อยรัดเข็มขัด
“นามบัตรนี่เป็นของผู้ช่วยลูก เขาชื่อหวงปิน ต่อไปนี้เรื่องงานที่นี่และเรื่องบริษัท ปล่อยให้เข