นทั่วเมือง พวกเขำไม่พบสถำนที่ดังกล่ำว มีคนสังเกตเห็นว่ำกลิ่นหอมมำจำกนอกเมืองอย่ำงช้ำๆ มันมำจำกประตูทิศใต้ทุกคนรีบไปที่ประตูทิศใต้พวกเขำไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับญำติที่ถูกฝังอีกต่อไป กลิ่นนั้นเป็นเหมือนสัญญำณชีวิต มันจุดประกำยควำมหวังจ ำนวนมำกลงในคนเหล่ำนี้ที่ยอมแพ้ต่อชีวิต พวกเขำรีบไปที่ประตูทำงทิศใต้ด้วยควำมตื่นเต้น และตะโกนดัง ๆ “เรำต้องกำรอำหำรให้อำหำรพวกเรำด้วย ! ”ทหำรของเฉียนโจวถูกแช่แข็งด้วยควำมตกใจในฉำกนี้ต้องเผชิญกับพลเมืองที่ขออำหำร พวกเขำท ำอะไรไม่ถูกเลย ทหำรก็เป็นคนเช่นกัน และบิดำมำรดำก็เลี้ยงดูเช่นกัน ในฝูงชนนี้ บิดำมำรดำและญำติของพวกเขำก็มำด้วย หำกพวกเขำไปหยุดอีกฝ่ำย นั่นจะเหมือนกับกำรฆ่ำตัวตำยพลเมืองถำม“ท ำไมข้ำงนอกจึงมีกลิ่นหอม ใครอยู่ข้ำงนอก ? ”ค ำถำมเดียวกันถูกถำมสองสำมครั้งก่อนที่ทหำรจะทนไม่ได้และพูดควำมจริง “เป็นกองทัพของรำชวงศ์ต้ำชุนที่มำถึงเมืองหลวง พวกเขำตั้งหม้อท ำอำหำร ! ”“รำชวงศ์ต้ำชุนหรือ? ” ผู้คนงงงวย ในช่วงหลำยเดือนที่ผ่ำนมำมีผู้ลี้ภัยจ ำนวนหนึ่งวิ่งไปทำงใต้ แม้กระนั้นก็ไม่มีคนจำกเมืองหลวงเนื่องจำกตระกูลของฮ่องเต้ได้ปิดเมืองไว้จึงไม่มีใครสำมำรถหลบหนีได้พลเมืองไม่คุ้นเคยกับรำชวงศ์ต้ำชุนมำกนัก เมื่อได้ยินว่ำพวกเขำต่อสู้เพื่อมุ่งสู่เมืองหลวง ควำมกลัวแห่งกำรสู้รบเต็มหัวใจทันที สิ่งนี้ท ำให้ควำมต้องกำรอำหำรลดลงเป็นจ ำนวนมำกพลเมืองยืนอยู่ในประตูเมืองด้วยควำมงุนงงพ