างเงียบ ๆ
ครึ่งชั่วยามผ่านไป ศิษย์คนอื่น ๆ ทยอยมาถึง ในที่สุดก็มีศิษย์ที่หลี่ลี่รู้จักปรากฏตัว นั่นคือ หูอี้
“โอ้! มีศิษย์ภายในคนใหม่ จดจำวิชาได้แล้วหรือ? แค่นี้ก็คิดจะร่วมทดสอบกับพวกเราแล้วหรือ?” หูอี้หัวเราะร่า
ศิษย์ไม่กี่คนรอบตัวหูอี้ ดูเหมือนจะได้รับคำยุยงจากเขา ต่างก็รู้เรื่องวิชาตัวเบาของหลี่ลี่ จึงพากันเยาะเย้ย
“ข้าว่าเขาเตรียมตัวไปเป็นอาหารให้เสือทมิฬเขาคู่เสียมากกว่า!”
“ไอ้หนู พอเจอเสือทมิฬเขาคู่เข้าจริง ๆ อย่าถึงกับกลัวจนฉี่ราดกางเกงล่ะ จะทำให้พวกเราศิษย์ภายในขายหน้า”
เมื่อเห็นหลี่ลี่ หูอี้ยังคงทำท่าสง่างามเหมือนเดิม ราวกับไม่อยากมองหลี่ลี่แม้แต่แวบเดียว แต่เขาก็เดินเข้ามาเยาะเย้ย ซึ่งกลับเผยให้เห็นความกังวลของเขา
“ขอบคุณพี่ศิษย์ทั้งหลายที่บอกเล่าประสบการณ์ความล้มเหลวของตนให้ข้าผู้เป็นศิษย์ใหม่ได้รับรู้” หลี่ลี่ยิ้มน้อย ๆ อย่างสงบ พลางประสานมือกล่าว
โฮ่!
ศิษย์กลุ่มหนึ่งไม่ไกลนักหัวเราะครืนทันที ใบหน้าของศิษย์ภายในไม่กี่คนนี้ก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในพริบตา
“ไอ้หนู ปากคมเฉียบไม่อาจเอาชนะเสือทมิฬเขาคู่ได้หรอก ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้าจะยังสงบได้เช่นนี้เมื่อเจอเสือทมิฬเขาคู่จริง ๆ ”
“ไม่เช่นนั้นพวกเราลองดูก่อนดีกว่า ว่าเขามีความสามารถนั้นจริงหรือไม่”
ศิษย์ไม่กี่คนค่อย ๆ ล้อมหลี่ลี่เข้าไว้อย่างไม่เป็นมิตร พวกเขาอาศัยการมีหูหยุนซานหนุนหลัง จึงอยากให้หลี่ลี่ได้เห็นสีสันบ้าง อย่างไร